pearleus

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

นายอำเภอบ้านแพ้ว 🌴🥥 นายชยพล รัตนวิสุทธิกุล เชิญชวนประชาชนชาวสมุทรสาคร สมัครเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกันทั่วประเทศ

นายอำเภอบ้านแพ้ว 🌴🥥

นายชยพล รัตนวิสุทธิกุล

เชิญชวนประชาชนชาวสมุทรสาคร

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ

แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกันทั่วประเทศ

❗️เปิดรับสมัครแล้ว วันนี้ 📣

(สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2568)

🔆โครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ

📍วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ

สนามจังหวัดสมุทรสาคร

สมัครได้ที่ 👉🏻 https://wrb11.thai.run/event/SKN

❗️❗️สมัครออนไลน์เท่านั้น

สถานที่จัดกิจกรรม : พุทธมณฑลสมุทรสาคร เวลา 16.00น. เป็นต้นไป

📌แผนที่เดินทาง : https://maps.app.goo.gl/FvjJztbg8JYqNmkh8?g_st=com.google.maps.preview.copy

ค่าสมัคร

🏃บุคคลทั่วไป 360 บาท

🧒เยาวชน 7-18ปี 240 บาท

(🔆สิทธิพิเศษลดหย่อนภาษี2เท่าทุกการสมัคร ข้อมูลลดหย่อนภาษีจะส่งผ่านApplicationธนาคารที่โอนค่าสมัครเท่านั้น)

🔆รายได้มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเพื่อสนับสนุนโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2568

*************************************

ใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร มาตรา 6 เลขที่ 1/2568 ออกโดยกรมการปกครอง เบอร์โทรศัพท์ 02 356 9520 หรือ 02 356 9544

#ล้านคนวิ่งล้านคนรอด #wrb11 #NoStopNoStroke #วิ่งสมุทรสาคร #สมุทรสาคร

คอลัมน์ สะพายกล้องส่องพระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

วัดท่ากระบือศาสนสถานแห่งเทพเจ้าลุ่มน้ำท่าจีน

ตามประวัติวัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายจังหวัดสมุทรสาคร วัดท่ากระบือตั้งอยู่เลขที่ ๑๗ หมู่ ๕ ถนนรุ่งประชา ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครบริเวณริมแม่น้ำท่าจีน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินสร้างวัด ๒๓ ไร่ ๑ งาน ๑๖ ตารางวา

เดิมมีชื่อว่าวัดท่าควาย สร้างมาประมาณ ๑๓๐ ปีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อพ.ศ ๒๔๘๕ ไม่มีประวัติชี้ชัดเกี่ยวกับการก่อสร้างทราบเพียงว่าสร้างขึ้นในราวพ.ศ ๒๔๓๙ เล่ากันมาว่าเดิมเป็นสำนักสงฆ์มีพระเริ่ม พันธุ์ชาตรี เป็นเจ้าสำนักปกครองวัด ชาวบ้านเรียกว่า "สำนักสงฆ์ท่าควาย" เนื่องจากเป็นท่าขึ้นลงของพ่อค้าที่นำควายข้ามแม่น้ำท่าจีนมาขายให้กับชาวนาที่อยู่หลังวัด

ต่อมาราว พ.ศ ๒๔๔๑ หลวงพ่อรุ่ง พ่วงประพันธ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสท่านได้ก่อสร้างพัฒนาวัดก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ เช่นอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ เป็นต้น ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญคือพระประธานในอุโบสถม เป็นพระพุทธรูปนั่งปางสมาธิ พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ วิหารจตุรมุขประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อรุ่งอยู่หน้าอุโบสถ ลานติสรานุสรณ์ (ลานจอดรถหน้าวัด) มีรูปหล่อหลวงพ่อรุ่งองค์ใหญ่ประดิษฐาน เป็นรูปหล่อเนื้อโลหะหน้าตักกว้าง ๙ เมตร ๙ เซนติเมตรสูง ๑๒ เมตร ๙ เซนติเมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ ๒๕๕๗ เสร็จเมื่อ พ.ศ ๒๕๕๙ มีพิธียกส่วนหัวใจหลวงพ่อรุ่งบรรจุใส่องค์ใหญ่ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๐๙ น นับเป็นองค์รูปหล่อโลหะใหญ่ที่สุดในโลก

วัดท่ากระบือมีเจ้าอาวาสปกครองวัดทั้งในอดีตและปัจจุบันคือ

๑. พระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง ติสสโร)

๒. พระครูสาครบุญวัฒน์ (หลวงพ่อหยัด กตปุญโญ)

๓. พระครูสิริสาครธรรม (พระมหาจำนงค์ คุณังโค)

โดยพระไพโรจน์วุฒาจารย์หรือหลวงปู่รุ่งถือเป็นเกจิอาจารย์แห่งยุคสงครามอินโดจีน ศักดิ์สิทธิ์เรืองเวทย์วิทยาคมได้ฉายา "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำท่าจีน"

ประวัติหลวงพ่อรุ่งจากหนังสือตำนานหลวงพ่อรุ่งวัดท่ากระบือ พระเถราจารย์ผู้เข้มขลัง เป็นบุตรคนเดียวของนายพ่วง นางกิม พ่วงประพันธ์ เกิดวันเสาร์แรม ๘ ค่ำเดือน ๙ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ ๒๔๑๖ ที่บ้านหลังวัดน้อยนพคุณ อำเภอดุสิต กรุงเทพฯ ในวัยเด็กได้บวชเป็นสามเณรศึกษาภาษาไทยและภาษาขอมจนเมื่อมีอายุ ๒๑ ปีจึงได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดน้อยนพคุณ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๓๗ โดยมีหลวงพ่อทัพเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการบัววัดใหญ่ทองเสน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเคลือบเป็นอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ติสสโร"

ขณะที่จำพรรษาอยู่นั้นได้เรียนวิชาวิทยาคมจากหลวงพ่อทัพในวิชาคาถาอาคมอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ ในเวลานั้นพระร่วม พันธุ์ชาตรี ลูกศิษย์หลวงพ่อทัพอีกรูปหนึ่งได้มาสร้างสำนักสงฆ์ท่าควายริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร บ้านเกิดของท่านได้ลาสิกขาไป หลวงพ่อทัพจึงให้พระรุ่ง ติสสโรไปจำพรรษาและปกครองสำนักสงฆ์แทนซึ่งท่านได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่เป็น "วัดท่ากระบือ" พร้อมกับพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในกาลต่อมา

หลวงพ่อรุ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ต่าง ๆ เป็นลำดับโดยเมื่อมพ.ศ ๒๔๘๒ เป็นพระครูรุ่ง พ.ศ ๒๔๘๙ เป็นพระครูไพโรจน์มันตาคม พ.ศ ๒๔๙๙ โปรดเกล้าฯเลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะที่ "พระไพโรจน์วุฒาจารย์"

สิ่งพิเศษที่เล่าขานกันมาคือพระไพโรจน์วุฒาจารย์ท่านมีความเมตตากรุณาต่อทุกคน และเรืองวิทยาคมโดยได้ศึกษาสรรพวิชาอาคมจากเกจิอาจารย์หลายองค์ อาทิหลวงปู่ทอง อายะนะ วัดราชโยธา (กทม) ด้านพุทธาคมหลวงปู่ศข เกสโร วัดมะขามเฒ่า (ชัยนาท) หลวงพ่อเกิดวัดสุนทรประสิทธิ์ (กำแพง) ด้านวิปัสสนาธุระ หลวงพ่อหล่ำ วัดอ่างทองด้านคงกระพันชาตรี หลวงพ่อเซ่งวัดหงษ์อรุณรัศมี ด้านมหาอุด หลวงพ่อเชยวัดท่าควาย (สิงห์บุรี) ด้านพระปิดตาและวิชาถอน พระอาจารย์ปลั่งฆาราวาสผู้ขมังเวทย์

สำหรับวัตถุมงคลของพระผู้ทรงอภิญญาจิตแก่กล้าบารมีเข้มขลังมีอยู่หลายรูปแบบที่สร้างขึ้นในหลายวาระเช่นผ้ายันต์ ตะกรุดโทน ตะกรุดเก้าดอก เหรียญเนื้อทองคำ เงิน ทองแดงและอัลปาก้า มีคุณวิเศษในด้านต่างๆคือเมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย และหน้าที่การงาน

พระไพโรจน์วุฒาจารย์หลวงพ่อรุ่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๐๐ เวลา ๐๑.๐๕ น. สิริอายุ ๘๕ ปี ๖๔ พรรษา ได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำท่าจีน วัตถุมงคลของท่านเป็นที่นิยมของประชาชนนำมาใช้คุ้มครอง มีราคาตั้งแต่นับร้อยถึงนับล้านบาท

ปัจจุบันมีทางรถยนต์เข้าถึงวัดได้หลายเส้นทางทั้งจากอำเภอสามพรานจังหวัดนครปฐม ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร จากอำเภอบ้านแพ้วใช้ถนน สค. 3011( บ้านแพ้ว - กระทุ่มแบน) แยกซ้ายเข้าถนนวัดบางยาง - วัดท่ากระบือ จากอำเภอเมืองสมุทรสาครและอำเภอกระทุ่มแบนใช้เส้นทางถนนเศรษฐกิจ 1 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิรุณราษฎร์ ข้ามสะพานท่าจีน ๔ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวัดท่าไม้ - วัดท่ากระบือ และอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นถนนตัดใหม่จากถนนสุคนธวิทข้ามสะพานท่าจีน ๗ (ข้างวัดดอนไ่ดี) เชื่อมถนนวัดดอนไก่ดี ถนนวิรุณราษฎร์ เลี้ยวซ้ายไปถึงวัดท่ากระบือ

ตลอดเส้นทางที่ขับรถผ่าน สองข้างทางร่มรื่นด้วยเรือกสวนที่ปลูกกล้วยไม้และผลไม้นานาชนิดส่งขายกรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถหยุดแวะเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรชาวสวน หรืออุดหนุนสินค้าการเกษตรได้ตลอดเส้นทาง

ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๘ กันยายน ๒๕๖๘ วัดท่ากระบือจัดงานบำเพ็ญกุศลตคล้ายวันมรณภาพและปิดทองพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) และพระครูสาครบุญวัฒน์ (หลวงพ่อหยัด กตปุญโญ) อดีตเจ้าอาวาส มีมหรสพดนตรีชมฟรีตลอดงาน

(จองร้านค้า ๑๓ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.)

ปรีชา ฐินากร

คอลัมน์ เรื่องเก่าใหม่ เล่าใหม่

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ๔๖ ปีก่อน โรงพยาบาลกระทุ่มแบนเปิดบริการรักษาผู้ป่วยวันแรกหลังก่อสร้างเสร็จ ปฐมบทแห่งการก่อสร้างโรงพยาบาลกระทุ่มแบนเริ่มขึ้นเมื่อ ๕๐ ปีล่วงมาแล้ว นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๘ เมื่อกลุ่มเกษตกรตำบลท่าเสา อำเภอกระท่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีนายสุดใจ กรรณเลขา อดีตนายอำเภอหลายอำเภอเป็นประธาน ได้ตระหนักถึงปัญหาความยากลำบากในการรักษาพยายาบาลประชาชนชาวอำเภอกระทุ่มแบนที่เจ็บป่วย เนื่องจากยังไม่มีศูนย์การแพทย์และอนามัยในเขตอำเภอกระทุ่มแบน ประชาชนที่เจ็บป่วยต้องเดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดหรือโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกจากจะเสียเงินเป็นค่าพาหนะแล้วยังอาจเกิดอันตรายในระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอีกด้วย นายสุดใจ กรรณเลขา จึงได้นัดประชุมประชาชนในเขตตำบลท่าเสาเพื่อปรึกษาหารือแนงทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้ขึ้น ที่ประชุมเห็นสมควรขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสร้างศูนย์การแพทย์และอนามัยขึ้นในเขตอำเภอกระทุ่มแบน โดยทำหนังสือถึง ร.ต.เมธา รัตนจันทร์ นายอำเภอกระทุ่มแบนเสนอเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนั้นมีผู้ยินดีบริจาคที่ดินให้สร้างศูนย์การแพทย์และอนามัย ๓​ แห่ง ดังต่อไปนี้

๑) ที่สาธารณบ้านท่าเสา หมู่ ๒ ตำบลท่าเสา จำนวน ๑๔ ไร่

๒) ที่ดินของนางสุนีย์รัตน์ เตลาน หมู่ ๑ ตำบลคลองมะเดื่อ

๓) ที่ดินของนางอุบล ทองสิมา ตำบลตลาดกระทุ่มแบน (ริมแม่น้ำท่าจีน) จำนวน ๒๕ ไร่

กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งให้ทราบว่า​ การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่​ ๑๔ ตุลาคม​ ๒๕๑๘ มี​ ม.ร.ว.คึกฤทธิ​์​ ปราโมช​ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน​ มีมติเห็นชอบกับโครงการกระจายการรักษาพยาบาลไปสู่ชนบทโดยการสร้างโรงพยาบาลอำเภอให้ครบทุกอำเภอภายใน​ ๑๐ ปี​ ระหว่างปี​ ๒๕๒๐ -​ ๒๕๒๙ และได้อนุมัติงบประมาณปี​ ๒๕๒๐ ให้กระทรวงสาธารณสุขสร้างโรงพยาบาลกระทุ่มแบน​ ขนาด​ ๓๐ เตียง​ เป็นแห่งแรกของโครงการนึั

นายแพทย์ปรีชา มุกสิกกุล รมช.กระทรวงสาธารณสุข​ นายแพทย์มรกต กรเกษม ผอ.กองการสาธรณสุขภูมิภาค นายแพทย์ไสว วงค์สาโรชจน์ สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร นายแพทย์ทวีลาภ ทวีประศาสตร์ ผอ.โรงพย่บาลสมุทรสาคร ร.ต.เมธา รัตนจันทร์ นายอำเภอกระทุ่มแบน นายไชยันต์ อ่อนพุ่ม สาธารณสุขอำเภอ พร้อมด้วยนายณรงค์ สุนทรวร นายเอนก ทับสุวรรณ สส.สมุทรสาคร ได้ไปตรวจดูสถานที่ดินบริจาคแล้วเห็นว่าที่ดินของนางสาวอุบล ทองสิมา เหมาะสมที่สุดเพราะมีเนื้อที่ถึง ๒๕ ไร่ ตามหลักเกณฑ์การสร้างโรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตียงที่กระทรวงสาธารสุขกำหนดไว้ และยังอยู่ริมแม่น้ำประชาชนสามารถเดินทางไปรับบริการได้สะดวกทั้งทางน้ำและทางบก

วันที่ ๔ หรกฎาคม ๒๕๑๙ ร.ต.มธา รัตนจันทร์ ได้ชิญประชาชนกลุ่มริเริ่มและเป็นกำลังสำคัญในการจัดตังโรงยาบาลมาประชุมและมีมติจะร่วมกันหาเงินบริจาคจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท มอบให้เป็นค่าที่ดินแต่นางสาวอุบล ทองสิมา ไม่ขอรับเงินแจ้งความประสงืค์ยินดีบริจาคให้ก่อสร้างโรงพยาบาลโดยไม่ขอสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น

จังหวัดสมุทรสาครดำเนินการประกาศประกวดราคาและเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๐ ในวงเงินงบประมาณ​ ๔,๖๑๒ ๐๐๐ บาท​ สิ่งก่อสร้างประกอบด้วยตึกผู้ป่วยนอก ๑ หลัง ตึกผู้ป่วยในขนาด ๓๐ เตียง ๑ หลัง โรงซักฟอก ๑​ หลัง โรงครัว ๑ หลัง และบ้านพักแพทย์​ -​ พยาบาล​ ๘ หลัง การก่อสร้างแล้วเสร็จในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๒ แต่ยังไม่สามารถเปิดบริการประชาชนไก้ในขณะนั้นเนืองจากระบบไฟฟ้า ประปายังติดตั้งไม่เสร็จ

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วจึงทำ "พิธีเปิดอย่างไม่เป็นทางราชการ" บริการประชาชนไปก่อน​ เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ในวันเปิดบริการมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ๓๙ คน ประกอบด้วยนายแพทย์ ๒ คน พยาบาล ๓ คน เจ้าหน้าที่พยาบาล ๙ คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๕ คน ธุรการ ๒ คน ลูกจ้างประจำ ๔ คน ลูกจ้างเงินบำรุงโรงพยาบาล ๑๔ คน

ประชาชนในเขตอำเภอกระทุ่มแบนและไกล้เคียง ได้ไปใช้บริการของโรงพยาบาลกันเป็นจำนวนมากจนผู้ป่วยล้นเตียงเสมอ คณะกรรมการโรงพยาบาลซึ่งประกอบด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนและผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตอำเภอกระทุ่มแบนได้ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้ประชุมปรึกษาหาริอกันเพื่อหาทางแก้ไข ที่ประชุมมีมติให้จัดงานหาเงินจำนวนหนึ่งสำหรับสมทบกับเงินงบประมาณเพื่อสร้างตึกผู้ป่วยขนาด ๓๐ เตียงขึ้นอีก ๑ หลัง และแต่งตั่งให้ น.อ. (พิเศษ) ชัชวาลย์ ศรีสุวรรณ ร.น. เป็นประธานจัดงานแสดงดนตรีการกุศลขึ้นในชื่องานว่า "วันรวมน้ำใจ" และได้จัดขึ้นในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๒๓ ณ โ รงภาพยนตรกระทุ่มแบน มีการแสดงดนตรีและการแสดงของดาราชื่อดัง ได้รับความร่วมมือจากบุคคลทุกอาชีพอย่างดียิ่ง ได้รับเงินบริจาคมากกว่า ๑ ล้านบาทเศษ

ภายหลังการก่อสร้างตึกผู้ป่วยหลังที่ ๒ ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการโรงพยาบาลกระทุ่มแบนได้ประกาศเพื่อประกวดตั้งชื่อตึกหลังนี้ มีประชาชนส่งชื่อเข้าประกวดจำนวน ๕๗ ชื่อ คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นสมควรใช้ชื่อ "ตึกประชา - รัฐ" เพราะมีความหมายว่าตึกหลังนี้สร้างสำเร็จด้วยความร่วมมือระหว่างประชาชนกับรัฐบาล คณะกรรมการโรงพยาบาลกระทุ่มแบนได้ดำเนินการจัดพิธีเปิดโรงพยาบาลเป็นทางราชการพร้อมเปิด "ตึกประชา - รัฐ" ในวันศุกร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๕ ทั้งนี้เพื่อร่วมสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี​ ด้วย

โรงพยาบาลเปิดทำการรักษาคนใข้ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน​ ๔๖ ปี​ มีผู้บริหารระดับผู้อำนวยการ​ จำนวน ๑๐ คน ปัจจุบัน นายแพทย์ ธรรมวิทย์​ เกื้อ​เกียรติ​กุล เป็นผู้อำนวยการ

โรงพยาบาลกระทุ่มแบน ปัจจุบัน มีอาคารผู้ป่วยนอก​ ในขนาดใหญ่หลายหลังเช่นอาคารเฉลิมพระเกียรติ​ ๔๘ พรรษา​ "สธ" อาคารเฉลิมพระเกียรติ​ ๖๐ พรรษา​ อาคารธนันต์ -​ เหมียว​ วงค์ประเสริฐผล​ อาคารอุบัติเหตุ​ และอาคารผู้ป่วยนอก​ -​ใน​ ๑๐ ชั้น​ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ ๙ ก่อสร้างอาคารที่จอดรถ อาคารที่พักบุคคลากร และอื่นๆอีกหลายอาคาร จากเงินงบประมาณและเงินบริจาคจากประชาชน

ปรีชา ฐินากร กรกฎาคม ๒๕๖๘

นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร - สภ.เมืองสมุทรสาคร สนองนโยบาย พ่อเมืองสมุทรสาคร เน้นย้ำ 8 เรื่องสำคัญ การจัดระเบียบสังคม จังหวัดสมุทรสาคร

เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร สั่งการไปยังอำเภอเมืองสมุทรสาคร สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร และฝ่ายปกครองตำบลท่าจีน ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าผิดกฎหมาย ในท้องที่หมู่ที่ 4 ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ฯ ได้ดำเนินการนัดหมายติดต่อซื้อสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้าจากบุคคลหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมขายบุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ จริง จากนั้นจึงได้ทำการนัดหมายส่งสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้าบริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงตนจากการตรวจสอบพบสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้า จำนวนกว่า 30 ชิ้น โดยที่ผู้ถูกจับให้การว่าลักลอบจำหน่ายสินค้าดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งติดต่อซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ และสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้าได้ติดต่อซื้อจากบุคคลที่อยู่ในท้องที่ตำบลโกรกกราก เพื่อนำมาขายต่อ

จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงมีความผิด

1. ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนเพิ่งรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ อันมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ

2. ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า อันมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ

เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับ พร้อมด้วยของกลางและพยานหลักฐาน ไปยังที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร เพื่อทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวน

สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม โดยนางสาวกฤติยา ทัศนภาพ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ และนางสาวธารณิการ์ มิ่งสกุล นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ เข้าร่วมประชุมเตรียมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ขั้นกรรมาธิการ งบพัฒนาจังหวัดสมุทรสงคราม

🗓 วันพฤหัสบดีที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘

🔔 เวลา ๑๓.๓๐ น.

🍃 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม โดยนางสาวกฤติยา ทัศนภาพ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ และนางสาวธารณิการ์ มิ่งสกุล นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ เข้าร่วมประชุมเตรียมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ขั้นกรรมาธิการ งบพัฒนาจังหวัดสมุทรสงคราม

📍 ณ ห้องประชุมบางคนที ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม

🍃 ในการนี้ นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙

🍃 โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ชี้แจงข้อมูลโครงการฯ ต่อที่ประชุม จำนวน ๓ โครงการ ดังนี้

๑. โครงการวิถีถิ่น วิถีไทย แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙

๒. โครงการนาฏดุริยกวีแผนดินสยาม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙

๓. โครงการย้อนรอยวิถีชีวิตวัฒนธรรมแห่งสายน้ำแม่กลอง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙

นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีแห่เทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา (วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กรกฎาคม และเข้าพรรษา (วันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ วัดเจษฎาราม พระอารามหลวง ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

📝 เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. ของวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ วัดเจษฎาราม พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีแห่เทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา (วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กรกฎาคม และเข้าพรรษา (วันศุกร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ วัดเจษฎาราม พระอารามหลวง ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ในการประชุมดังกล่าว พระเทพสาครมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ ทำหน้าที่เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และเป็นผู้เปิดการประชุมในครั้งนี้