pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ประกวดการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ กรมคุมประพฤติ ระดับภาค


เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 03 กรกฎาคม 2568 นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการประกวดการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ กรมคุมประพฤติ ระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) โดยมี นางวราภรณ์ เปล่งแสง ผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ ร้อยตำรวจตรี กนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ ประธานอาสาสมัคร คุมประพฤติภาค 7 ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในภาค 7 อาสาสมัครคุมประพฤติภาค 7 อาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมเปิดโครงการจำนวนมาก

สำหรับโครงการประกวดการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ กรมคุมประพฤติ ระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานคุมประพฤติภาค 7 ได้จัดขึ้นตามที่ กรมคุมประพฤติตระหนักดีว่าการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้ที่อยู่ในความดูแลเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ผู้ที่อยู่ในความดูแลไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ และการทำอาหารก็เป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเชฟในร้านอาหาร หรือโรงแรม หรือเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง ดังนั้นการจัดโครงการประกวดการทำอาหารทั้งประเภทอาหารคาวและประเภทอาหารหวาน ในครั้งนี้ จึงเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติได้แสดงผลงาน และแข่งขันกันเพื่อยกระดับคุณภาพฝีมือให้เป็นมาตรฐานและต่อยอดผู้ที่มีฝีมือให้ไปสู่เวทีของมืออาชีพ รวมถึงเป็นการสร้างความเข้าใจและยอมรับของสังคมต่อผู้ที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติว่ามีศักยภาพและสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศหากได้รับโอกาสจากสังคม ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบครบวงจร ระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนคืออาสาสมัครคุมประพฤติเพื่อส่งเสริมนโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อคืนคนดีสู่สังคม

โครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข็มแข็ง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปี2568 ระดับเขต

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 นายปรณต สุวรรณมาลา ผู้ตรวจราชการ กรมการปกครอง เป็นประธานคณะกรรมการตรวจประเมินผลงานและตัดสินตามโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง "แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง" (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ประจำปี 2568 ระดับเขต ณ บ้านบางประดู่ หมู่ที่ ๖ ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนทบุรี

โดยมี

นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวต้อนรับ การขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้แนวทาง "แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง" ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชน การบริหารจัดการหมู่บ้านด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน คณะกรรมการหมู่บ้านทกแห่งในอำเภอเมืองนนทบุรีต่างมีความตั้งใจ และเสียสละแรงกาย แรงใจในการพัฒนาหมู่บ้านของตนเองให้เป็นแบบอย่างของหมู่บ้านที่น่าอยู่ มีความสงบเรียบ มีความสามัคคี และยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนทุกคนในชุมชน ซึ่งบ้านบางประดู่ ถือเป็นหมู่บ้านที่โดดเด่นในเรื่องของความสามัคคี และความร่วมไม้ร่วมมือของคนในชุมชน รวมถึงมีการรวมกลุ่มของประชาชนอย่างเข้มแข็ง และมีผลการดำเนินงานที่ชัดเจน จึงถือได้ว่าบ้านบางประดู่เป็นหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์

ประยงค์ วิลัย /ภาพข่าว

กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ชักอาวุธปืน.38 จ่อยิงหัวคู่อริ 6 นัด ไม่ออก คาดปาฏิหาริย์หลวงปู่ทวด


เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 68 ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี, ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” ได้รับเรื่องร้องเรียนจากน.ส.ยุ้ย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 37 ปี แม่ของนายไผ่ (เสื้อลาย) อายุ 19 ปี เดินทางมาพร้อมด้วย นายทีน (หมวกสีแดง) อายุ 19 ปี เพื่อนสนิทที่อยู่ในเหตุการณ์ ถูกกลุ่มคู่อริใช้อาวุธปืน ขนาด .38 ไล่ยิง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 68 ที่ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.บางใหญ่ เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า

ภาพจากกล้องวงจรปิด วันที่ 8 มิ.ย. 68 เวลา 01.50 น. บริเวณลานจอดรถตลาดบางใหญ่ซิตี้ จับภาพนายทีน (คนขับขี่รถจยย.) และนายไผ่ (คนซ้อนรถจยย.) ขับขี่รถจยย.เสียหลักไปชนรถกระบะสีขาว (ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ) ที่จอดอยู่จนล้มลง ก่อนที่นายภู ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของคู่อริวิ่งเข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายไผ่ และยื้อกันจนปืนหล่น ระหว่างที่นายภูกำลังก้มหยิบอาวุธปืน นายไผ่กับนายทีนจึงรีบวิ่งหนีไป โดยมีเพื่อนของนายภูขับขี่รถจยย.มาจอดข้างๆ ก่อนที่กล้องวงจรปิดอีกตัวจะจับภาพนายภูและเพื่อน หลบมาอีกมุมและยืนตรวจเช็คอาวุธปืนที่ยิงไม่ออก


นายไผ่ (เสื้อลาย) ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนไปกินข้าวแถวตลาดบางใหญ่กับกลุ่มเพื่อนรวม 4 คน และกำลังจะกลับบ้าน แต่ดันเจอ “นายภู” ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของคู่อริเก่าจึงเข้าไปถามว่าใช่คนที่เคยรุมฟันตนหรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ใช่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขับขี่รถจยย.หนีไป ต่อมาขณะพวกตนกำลังขับขี่รถจยย.ไปซื้อบุหรี่ ดันมาเจอนายภูอีกครั้ง ซึ่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนเขา จากนั้นจึงหันมาตามไล่ยิงตนตั้งแต่ตลาดมิกซ์จนถึงตลาดบางใหญ่ซิตี้ ทำให้รถจยย.ของตนเสียหลักไปชนกับรถกระบะที่จอดอยู่ในลานจอดรถ นายภูได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายทีน เพื่อนของตนซึ่งเป็นคนขับขี่รถจยย.ก่อนจะหันมาวิ่งไล่ยิงตน แต่ปืนยิงไม่ออก

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยทะเลาะกันมาก่อนกับรุ่นน้องของนายภู ซึ่งเป็นโจทก์เก่าตน เกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าเขาที่มาคบตน และหลอกล่อให้ตนออกไปโดนรุมฟัน หลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอกันมานานแล้ว ตอนนี้ไม่รู้สึกกลัวอะไร เคยคิดอยากไปแก้แค้น แต่ก็อยากให้ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า วันนี้ตนห่วงเรื่องความปลอดภัย และอยากให้คดีมีความคืบหน้า

นายทีน (หมวกสีแดง) ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันนั้นที่พวกตนกล้าเข้าไปถามเพราะตนจำหน้าได้เมื่อครั้งที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน คืนเกิดเหตุตนไปกับเพื่อนรวม 4 คน ตนขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงิน ส่วนรุ่นน้องอีกคันขับขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรน์ฟีลาโน่ สีขาว ฝ่ายคู่อริมากันประมาณ 10 คน ขับขี่รถจยย.ประมาณ 5-6 คัน พอถึงตลาดก็เอาอาวุธปืนมาจ่อยิง ตนจึงต้องขับขี่รถจยย.วนหนี มีการตะโกนด่ากัน และเป็นคู่อริเก่ากัน เคยมีเรื่องโดยมาล่อลวงตนกับเพื่อนเพื่อให้ออกไปโดนรุมฟัน ซึ่งเหตุนี้เกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากนั้นรุ่นน้องของตนจึงขับขี่รถจยย.หนีไปแจ้งความที่โรงพักก่อน ส่วนตนรับหน้าอยู่ที่หน้าเกิดเหตุ เมื่อตำรวจมาถึงจึงสงบลง พวกตนรู้จักคนที่ก่อเหตุ คือ “นายภู” เป็นรุ่นพี่ของคู่อริเก่า ส่วนอีกคนที่ขับขี่รถจยย.ไม่รู้จัก ตอนนั้นรู้สึกกลัวแต่โชคดีที่เขายิงไม่ออก จากที่สังเกตุอาวุธปืนน่าจะเป็นลูกโม่ ทั้ง 2 กระบอก จ่อยิงประมาณ 6 นัด แต่ปืนไม่ลั่น คาดว่าอาจจะเพราะมีบารมีหลวงปู่ทวดคุ้มครอง ทำให้ปืนยิงไม่ออกนั่นเอง

นายหนาว (ใส่หมวกสีกรมท่า) อายุ 18 ปี เพื่อนผู้เสียหายที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนเห็นกลุ่มคู่อริมาไล่พวกตนบอกให้จอดรถจยย. แต่ตนและกลุ่มเพื่อนไม่ยอมจอด และรีบขับขี่รถจยย.หนีเข้าไปในสภ.บางใหญ่ เพื่อความปลอดภัย ระหว่างนั้นมีการตะโกนด่าเกิดขึ้น รู้สึกกลัว หากวันนั้นปืนลั่นคงจะมีการสูญเสียเกิดขึ้น หลังจากนี้คงจะต้องเฝ้าระวัง หากเจอคู่อริอีกคงทำอะไรไม่ได้ แต่ก็อยากรู้ความจริงว่าทำแบบนี้ไปทำไม อยากให้คดีคืบหน้า

น.ส.ยุ้ย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) แม่ของนายไผ่ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเป็นห่วงลูก เพราะลูกต้องเดินทางไปทำงานช่วงเวลากลางคืน กลัวจะโดนทำร้าย สำหรับคดีความก็ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. และยังรอการตอบกลับมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยากให้ช่วยดำเนินคดีให้ไวกว่านี้ ไม่อยากให้ปล่อยเงียบนานเกินไป อยากให้ดร.แก้วช่วยเหลือเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ ตนมองว่าเรื่องนี้อุกอาจมากเกินไป หากวันนั้นปืนลั่นคงจะเกิดอะไรขึ้นมากกว่า ซึ่งเท่าที่ดูจากกล้องวงจรปิดคู่กรณีใช้อาวุธปืนจ่อยิงใกล้ลูกของตนมาก

ดร.แก้ว กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย ว่ามีเหตุถูกไล่ยิงในตลาดบางใหญ่ซิตี้ พื้นที่ของสภ.บางใหญ่ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุมากันหลายคน ทำให้รู้ว่าไม่มีการเกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำเหมือนเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน หลังจากนี้ตนจะช่วยติดตามให้คดีดำเนินการไวขึ้น และนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของสังคมส่วนหนึ่ง อีกส่วนเป็นหน้าที่ของรัฐทำการดำเนินคดี ตนไม่อยากให้เงียบและนานไปแบบนี้ เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของกลุ่มผู้เสียหาย โดยเฉพาะเวลากลางคืนยังมีวัยรุ่นออกมาทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่ ผู้ปกครองต้องช่วยกันมากกว่านี้ หากวันนั้นปืนไม่มีปัญหาหรือสามารถลั่นได้ คงจะมีผู้เสียชีวิต เดี๋ยวหลังจากนี้ตนจะพากลุ่มผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความเพิ่มเติม เบื้องต้น จากที่ดูหลักฐานเข้าข่ายข้อหาพยายามฆ่า ต้องดูว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร และอาวุธที่ใช้เป็นประเภทใด

หมายเหตุ : เบลอหน้าผู้เสียหายด้วยครับ

ทน.อ้อมน้อย จัดมอบแว่นสายตาให้แก่ผู้สูงอายุ 500 คน เพื่อแก้ปัญหาการมองเห็นไม่ชัดเจน

เมื่อเวลา 09.00 น ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย เป็นประธานเปิดกิจกรรม ร่วมด้วย คณะผู้บริหาร

สมาชิกสภาเทศบาล

จ่าเอกสนิท ศรีอุ่นศรี ปลัดเทศบาลฯ

เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสาธารณสุข และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้มาร่วมกันมอบแว่นสายตาให้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความผิดปกติทางสายตาในเขตพื้นที่เทศบาลนครอ้อมน้อย

จำนวน 500 คน สำหรับโครงการนี้ฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประสุขภาพเทศบาลนครอ้อมน้อย และได้รับการดูแลจากจักษุแพทย์ นายกฤษฎา หาญบรรเจิด ผอ.กองโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ทีมวิทยากร จาก รพ.วิชัยเวชอินเตอร์เนชันแนล อ้อมน้อย ห้างแว่นตาเรติน่า บางใหญ่ซิตี้ และ เจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินโครงการดังกล่าวข้างต้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ห้องประชุมภูมิพลินทร์ ชั้น 3 ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต เทศบาลนครอ้อมน้อย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นำ คณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

เมื่อเวลา ๑๑.๑๑ น. ของวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นำ คณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้

- นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

- นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

- นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

- นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

- นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

- นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

- นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

- นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

- นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอีกตำแหน่งหนึ่ง

- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

- นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

- นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

- นายอนุชา สะสมทรัพย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

- นายชัยชนะ เดชเดโช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ในโอกาสนี้ นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย

ภาพ : พระลาน

#ทรงพระเจริญ

สมุทรสงคราม คณะอนุกรรมการร่วมส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนพร้อมหนุนแผนพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน

นายประสิทธิ์ สิงห์ชา เกษตร จ.สมุทรสงคราม ได้ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดฯโดยที่ประชุมแจ้งผลการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดปี 2568 เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของวิสาหกิจชุมชนที่มีผลงานดีเด่นสู่สาธารณชน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้มีการประกวดทุกปี เพื่อคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่มีแนวโน้มการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นตัวอย่างหรือต้นแบบสำหรับวิสาหกิจชุมชนอื่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชนะเลิศได้แก่วิสาหกิจชุมชนความมั่นคงทางอาหาร ต.คลองเขิน อ.เมือง ได้รับเกียรติบัตรพร้อมเงินสด 2,500 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนเกษตรวิถีใหม่ร่วมใจพัฒนาบ้านคลองตาจ่า ต.บางยี่รงค์ อ.บางคนที ได้รับเกียรติบัตรพร้อมเงินสด 1,500 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 วิสาหกิจชุมชนจันทราเฮิร์บ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา ได้รับเกียรติบัตรพร้อมเงินสด 1,000 บาท

ส่วนวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการอนุมัติจดทะเบียนและยังดำเนินกิจการ ณ วันที่ 30 มิ.ย.68 มีจำนวน 187 แห่ง แยกเป็น อ.เมือง 72 แห่ง อ.อัมพวา 56 แห่ง และ อ.บางคนที 59 แห่ง ส่วนวิสาหกิจชุมชนที่ถูกเพิกถอนทะเบียน 3 แห่ง คือวิสาหกิจชุมชนหอยดองกำไรทอง ต.แหลมใหญ่ วิสาหกิจชุมชนบ้านสวนคลองเขิน ต.คลองเขิน และวิสาหกิจชุมชนบางแก้วเอื้ออาทร (อาหารแช่แข็งและแปรรูป) ต.บางแก้ว ทั้ง 3 แห่งมีเหตุผลที่ถูกเพิกถอนทะเบียนเหมือนกันคือไม่ได้ยื่นต่อทะเบียน 2 ปีติดต่อกัน

นอกจากนี้ยังมีวิสาหกิจชุมชนที่ยกเลิกทะเบียน 6 แห่ง มีเหตุผลที่ขอยกเลิกเหมือนกันคือไม่ได้ดำเนินกิจกรรมของกลุ่มแล้ว คือวิสาหกิจชุมชนน้ำพริกแม่กลอง ต.แม่กลอง วิสาหกิจชุมชนคนทำตาล ต.ลาดใหญ่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มขนมหวานบ้านกระดังงา ต.กระดังงา วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้งบ้านบางสะแก ต.บางสะแก วิสาหกิจชุมชนสวนฟาร์มตั๊กแดน ต.กระดังงา และวิสาหกิจชุมชนโรงปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชุมชนบางสะแก ต.บางสะแก ส่วนใหญ่เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ตั้งใหม่ เมื่อขาดสภาพคล่องด้านการเงินก็ทำให้กิจกรรมกลุ่มหยุดชะงัก

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนการส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนตามร่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2568 เพื่อสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนพัฒนาไปเป็นกิจการที่มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันทางการค้าได้โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนแบบบูรณาการในการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับการประกอบกิจการของวิสาหกิจชุมชนให้พัฒนาไปสู่กิจการในระบบที่สูงขึ้นประกอบด้วย แนวทางที่ 1 ส่งเสริมการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชน แนวทางที่ 2 ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มและนวัตกรรมให้กับสินค้าและบริการของวิสาหกิจชุมชน แนวทางที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดให้กับวิสาหกิจชุมชน แนวทางที่ 4 สร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน และแนวทางที่ 5 บูรณาการขับเคลื่อนการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน