pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เกษตรและสหกรณ์สมุทรสาครระดมสหวิชาชีพทางการเกษตรเพื่อพัฒนาแผนเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ปี 70

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องประชุมบรูด้า ท่าเรือภัตตาคาร อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาค

นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันเกษตรกร ภาคเอกชน และพี่น้องเกษตรกร เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อทบทวนแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร (พ.ศ. 2566-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 การประชุมในครั้งนี้เป็นเวทีระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็น วิเคราะห์สภาพพื้นที่ ปัญหา ความต้องการของพี่น้องเกษตรกร โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคีเครือข่ายและพี่น้องเกษตรกร เพื่อจัดทำแผนงาน โครงการพัฒนาด้านการเกษตรของจังหวัด เพื่อประกอบการการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งงบประมาณต่างๆ

ทั้งนี้ การพัฒนาด้านเกษตรและสหกรณ์นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฐานรากของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีความโดดเด่น ทั้งด้านอุตสาหกรรมการผลิตอาหารทะเล เกษตรแปรรูป เครือข่ายสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง การดําเนินงานด้านการเกษตรจึงต้องมีการวางแผน อย่างมีระบบ ทันสมัย และรองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ต่อไป

ประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาครครั้งที่ 3/2568

เมื่อเวลา 10:30 น ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร โดยมี

นางสุพิณญา นิรามัยวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย

รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาครเข้าร่วมประชุม ในการประชุมก็จะเป็นเรื่อง รายรับรายจ่ายและกิจกรรมวันรวมน้ำใจสู่กาชาดจังหวัดสมุทรสาคร และผลสรุปการปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ในด้านต่างๆ หลังจากประชุมเสร็จ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาครลงเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ที่ตำบลชัยมงคล พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินให้กับ

1.นางวาสนา น้อยทองชิว อายุ 53 ปี

เลขที่ 36/8 ม.3 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ประกอบอาชีพ รับจ้างตัด เย็บ ซ่อมเสื้อผ้ารายได้ไม่เกินวันละ 200 บาท นางวาสนา มีบุตร 1 คน (ชาย) ดูแลบิดามารดา บิดาชือนายสวงษ์

น้อยกานันท์ อายุ 81 ปี เข่าเสื่อม ต้องใช้ไม้เท้าในการเดิน นางศรีสวาท น้อยกานันท์ อายุ 74 ปี ป่วยติดเตียง เป็นอัลไซเมอร์มีบุตร 4 คนมี

1.นางวาสนา น้อยกานันท์ (ผู้ดูแล)

2.นายสรายุทธ น้อยกานันท์ (เสียชีวิต)

3.นายยุทธนา น้อยกานันท์ ป่วยเป็นมะเร็งทำงานอยู่จ.ชลบุรี

4.น.ส.ปริญญา น้อยกานันท์ ครูเอกชน รร.สารสาสน์พระราม 2 ลูกลำดับที่3-4 ส่งเงินให้ใช้รายเดือนร่วมกัน 5,000 บาท

บ้านที่อาศัยอยู่เป็นของสามีนางวาสนา น้อยทองชิว

ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครจัดโครงการฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัยทางถนน ให้กับข้าราชการตำรวจครอบครัวตำรวจและอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

ที่ห้องประชุมแกรนด์นรสิงห์ โรงแรมแกรนด์อินเตอร์ โฮเทล ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จวงสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัยทางถนน ให้กับข้าราชการตำรวจครอบครัวตำรวจและอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี ผกก.หัวหน้าสถานี ข้าราชการตำรวจสังกัดภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเข้าร่วม

ตามที่ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครได้รับจัดสรรเงินจาก กองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน ระดับจังหวัด / ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2568 เพื่อดำเนินโครงการ ฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัยทางถนน ให้กับข้าราชการตำรวจครอบครัวตำรวจและอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ดังนั้นทางตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครจึงได้จัดการอบรมในครั้งนี้ขึ้น โดยมีการให้ความรู้ ความเข้าใจ สภาพปัญหา สาเหตุความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ ปลอดภัยทางถนน การสร้างจิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อสังคม และหลังจากอบรมไปแล้วจะไปทำหน้าที่ ช่วยเหลือทางราชการ และร่วมกันเป็นเครือข่ายประชาชน เพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ตัวเองต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่รับหนังสือข้อเรียกร้องจากสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิแห่งประเทศไทย

เมื่อเวลา 11.30 น.ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่รับหนังสือข้อเรียกร้องจากสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิแห่งประเทศไทย โดยมีนายประสิทธิ์ ปาตังคะโร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอศรีราชา นายดุสิต สุขไสย ผู้อำนวยการกลุ่มงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้ง สำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมรับหนังสือร้องเรียน

ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด รวมถึงสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันหาแนวทางยุติปัญหาข้อพิพาทแรงงาน

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ต่อบริษัทฯ เรื่องการปรับสวัสดิการ ค่าจ้างประจำปี และการจ่ายโบนัส โดยมีการเจรจาแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ส่งผลให้มีสมาชิกสหภาพแรงงานกว่า 2,000 คน เดินทางมาชุมนุมที่สำนักงานฯ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และเรียกร้องให้บริษัทฯ พิจารณาข้อเสนอ

ในการประชุม นายธวัชชัย ศรีทอง ได้เสนอแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายใช้การเจรจาและปรึกษาหารือร่วมกันภายใต้บรรยากาศของแรงงานสัมพันธ์ที่ดี หลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง ตลอดจนความร่วมมือระยะยาวในอนาคต ซึ่งตัวแทนทั้งสองฝ่ายได้รับข้อเสนอและจะนำไปพิจารณาเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป

บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ต้องการให้เกิดความสงบและเป็นธรรมสำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ปกครองจังหวัดนนทบุรี บุกจับแรงงานเขมรแย่งอาชีพคนไทยได้ของกลางรถขายไอศครีมรถขายผลไม้ กว่า 30 คน

เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 68 นายจเร ซุ้นหั้ว ป้องกันจังหวัดนนทบุรีพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง กว่า 20 นาย เข้าตรวจสอบภายในซอยสามัคคี ซอยทานสัมฤทธิ์ และบริเวณถนนติวานนท์ พบคนต่างด้าวจำนวนมาก ปั่นซาเล้งเก็บของเก่า ขี่รถขายไอติม ขี่รถขายไอศครีมวอลล์ รวมทั้งรถผลไม้ ภายในซอยเหมือนเป็นประเทศตัวเอง โดยบรรดาแรงงานต่างด้าว เมื่อถูกเรียกต่างพากันวิ่งหลบหนีเข้าไปข้างทางบ้างพงหญ้าบ้าง เจ้าหน้าที่ชุดปกครองจังหวัดและ อส. รวมทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องวิ่งไล่กวดจับกุมกัน ได้ผู้ต้องหาเบื้องต้น 32 คน เป็นแรงงานกัมพูชา 9 คนเมียนมา 1 คนและอินเดีย 6 ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 คนอยู่ระหว่างตรวจสอบใบอนุญาตการทำงาน รวมทั้งพาสปอร์ตเข้าประเทศ เบื้องต้นตรวจ ยึดของกลางเป็นรถขายผลไม้รถรับซื้อของเก่ารถขายไอศครีมวอลล์และรถขายไอติม กว่า 20 คัน นำตัวมาที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน ภาย ภายในศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ก่อนทำการกรอกประวัติเขียนบันทึกจับกุม โดยแจ้งข้อหา "ไม่มีใบอนุญาตทำงาน" บางรายหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แย่งอาชีพคนไทย ก่อนส่งตัวให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีต่อไป

นายวัฒนา แตงมณี นายกเทศมนตรีพันท้ายนรสิงห์ ได้กล่าวให้การต้อนรับ การสัมมนาอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาค 7 สัญจร

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 นายวัฒนา แตงมณี นายกเทศมนตรีพันท้ายนรสิงห์ ได้กล่าวให้การต้อนรับอาสาสมัครคุมประพฤติสัญจรในสังกัดเขต 7ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์

ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร

กระผมข้อต้อนรับนางวราภรณ์ เปล่งแสง

และอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมทุกท่านที่ได้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดสมุทรสาคร

ในการทำงานที่ผ่านมา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสาคร ได้ประสานความรวมมือในการทำงานกับสำนักงานคุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดสมุทรสาคร อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบว่าอาสาสมัครคุมประพฤติเป็นผู้ที่อุทิศตนและเสียสละ เป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริงในภารกิจ "แก้ไขผู้ก้าวพลาด ให้โอกาสเป็นคนดี" และขอชื่นชมทุก...ท้ายนี้ ในนามของจังหวัดสมุทรสาคร และขออนุญาตให้ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดสมุทรสาคร

นายรุ่งอรุณ จันทร์หงษ์ กล่าวรายงานโครงการประชุมอาสาสมัครคมประพฤติสัญจร เป็นลำดับต่อไป