pearleus

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร จัดโครงการรถเข็นนั่งปันสุข โดยมอบรถเข็นวีลแชร์ ให้ ผู้พิการ ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร 79 ราย

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่อาคารอเนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการรถเข็นนั่งปันสุข ของเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาศร ประจำปี 2568 โดยมีนางสุพิณญา นิรามัยวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร พร้อมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ผู้แทนส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร เข้าร่วมพิธี

เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นองค์กรการกุศลที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย บรรเทาทุกข์ราษฎรที่เดือดร้อน ส่งเสริมกิจการยุวกาชาด อาสากาชาด รับบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะ นอกจากนี้ ยังดำเนินกิจการด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต งานพระราชดำรี โดยจะต้องดำเนินกิจกรรมในในเชิงรุกให้ครอบคลุมทกพื้นที่และทุกกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีประชาชนที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็มีหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้พิการได้รับโอกาสพัฒนาและพึ่งพาตนเองได้ แต่อย่างไรก็ตามแม้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะให้การช่วยเหลือแล้ว ก็ยังมีผู้พิการทางการเคลื่อนไหวจำนวนมาก ที่ยังไม่มีรถเข็นนั่ง (วีลแชร์) ที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ประสานอำเภอเมืองสมุทรสาครให้สำรวจประชาชนในพื้นที่ ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวและไม่มีรถเข็นนั่ง (วีลแชร์) ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า มีผู้พิการที่มีความจำเป็นต้องใช้รถเข็น (วีลแชร์) จำนวน 79 ราย เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงจัดทำโครงการรถเข็นนั่งปันสุข ของเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ประจำปี ๒๕๖๘โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวได้รับรถเข็นนั่งใช้ในชีวิตประจำวัน ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับผู้พิการทางกางการคลื่อนไหว ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย

ศาลรัฐธรรมนูญมีรับคำร้องกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง ‘แพทองธาร ’ กับ สมเด็จฮุน เซน พร้อมมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่ยังสามารถทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมต่อไปได้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องที่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้ยื่นในนามของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน ขอให้ศาลวินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) รวมถึงมาตรา 82 วรรคสาม

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากคลิปเสียงสนทนาที่ถูกเผยแพร่ ซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงของ น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีเนื้อหาพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 และมีลักษณะเข้าข่ายทำลายอธิปไตยของประเทศไทย สร้างความเสียหายต่อกองทัพและประชาชน

ผู้ร้องยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 71 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 40 (😎

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา และมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา

อย่างไรก็ตาม แม้น.ส.แพทองธารจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังสามารถทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต่อไปได้

ที่มา #nbtconnext #แพทองธารชินวัตร #นายกรัฐมนตรี

#ศาลรัฐธรรมนูญ

ป.ป.ช.สมุทรสงคราม เร่งเคลียร์ทรัพย์สินร้าง ป้ายใช้งานไม่ได้-ระบบบำบัดไร้ประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าแผนป้องกันโกงและจับตาโครงการสำคัญป้องปรามการทุจริต

ปปช.เร่งสะสาง 3 จุดเสี่ยงทุจริต

ป.ป.ช.สมุทรสงคราม เร่งเคลียร์ทรัพย์สินร้าง ป้ายใช้งานไม่ได้-ระบบบำบัดไร้ประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าแผนป้องกันโกงและจับตาโครงการสำคัญป้องปรามการทุจริต

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าฯสมุทรสงครามเป็นประธานประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ โดย น.ส.กาญจนา คำสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.สมุทรสงครามและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามความคืบหน้าประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริต (คิด ทำ ทิ้ง)

ได้แก่ 1.อาคารระบบผลิตน้ำประปาผิวดินข้างวัดกลางเหนือ ต.บางกุ้ง อ.บางคนที ถูกทิ้งร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบข้อหารือจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าทรัพย์สินควรจะเป็นของการประปาผู้ขอรับโอนแต่ส่งคืนหลังจากพบว่าน้ำเค็มและหากจะทำน้ำประปาได้ต้องใช้งบประมาณ 15 ล้านบาท กับ อบจ.สมุทรสงครามซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าวเมื่อปี 2549 ด้วยงบประมาณเกือบ 8 ล้านบาท ว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบ

2.ป้ายโฆษณาไตรวิชชั่น (Trivision billboard) บริเวณแยกตลาดบางนกแขวกและพื้นที่ต่างๆรวม 5 แห่งที่ใช้งานไม่ได้ ล่าสุดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ติดตั้งป้ายตอบกลับแล้วว่าทั้ง 5 แห่งไม่ขอรับโอน ทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดผู้ดำเนินการจะได้รายงานต่ออธิบดีกรมการท่องเที่ยวเพื่อพิจารณาจำหน่ายครุภัณฑ์ตามระบบต่อไป และ 3.อาคารระบบบำบัดน้ำเสียของโครงการศูนย์เกษตรและประมงแปรรูปครบวงจรที่สหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด ใช้งานไม่ได้และมีความสงสัยเรื่องค่าดูแลรักษารายปีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.สมุทรสงครามได้ติดต่อผู้ออกแบบแล้วแต่ไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากต้องรอความแน่ชัดของโครงการก่อสร้างอาคารตลาดปลาแห่งใหม่หากมีข้อมูลปริมาณการใช้น้ำและน้ำเสียที่ชัดเจนจะมีการหารือกันต่อไป

ส่วนรายงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปี 2568 ปรากฏว่า อบต.ทั้ง 36 แห่ง สำนักงานจังหวัด สถานีตำรวจทั้ง 5 แห่ง รวมทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และอำเภอ 3 แห่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วอยู่ระหว่างรอผลคะแนนประเมิน ส่วนการติดตามมาตรการความเห็น ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เฝ้าระวังโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนวัดเกตการาม โรงเรียนศาลเจ้าแม่อากาศ โรงเรียนวัดเจริญสุขาราม และโรงเรียนวัดศรัทธาธรรม ปรากฏว่าล่าช้าในการจัดซื้อจากส่วนกลาง

ส่วนโครงการป้องปรามและลดการทุจริตในพื้นที่ได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนป้องปราม การเฝ้าระวังปัญหาการทุจริต ประเด็นเกี่ยวกับสินบน เป็นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางขอใบอนุญาตการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารให้กับเจ้าหน้าที่กองช่าง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วจังหวัด 72 คน พร้อมกำหนดประเด็นการป้องกันการทุจริตการเรียกรับสินบนในการขอออกใบอนุญาตก่อสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสำนักงาน ป.ป.ช.ได้กำหนดรูปแบบประกอบการขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส นอกจากนี้ยังลงพื้นที่เฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตในพื้นที่การก่อสร้างอาคารที่ อบต.บางคนที และอบต.บางขันแตก ปรากฏว่าไม่พบการเข้าข่ายการทุจริต

ส่วนความก้าวหน้าโครงการปักหมุดพื้นที่เสี่ยงต่อทุจริต 3 โครงการคือ 1.การก่อสร้างซุ้มประตูเมืองเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถนนทางเข้าเมือง โดยวิธีเฉพาะเจาะจงพบว่ารอการดำเนินงานตามแบบเนื่องจากยังติดขัดเรื่องการนำสายไฟฟ้าลงดิน ส่วนวิธีการดำเนินงานไม่ขัดต่อระเบียบกฎหมาย 2.โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนช่วงเชิงสะพานสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์ถึงสามแยกวัดบางนางลี่ใหญ่ โดยวิธีอีบิดดิ้งไม่พบการเข้าข่ายความผิดปกติ และ 3.โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สร้างเขื่อนและติดตั้งเสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์บริเวณวัดบางสะแกพบว่า เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ใช้การไม่ได้ ทาง อบต.ยังไม่สามารถดำเนินการซ่อมได้เนื่องจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยังไม่ได้ส่งมอบให้แต่หาก อบต.ประสงค์จะรับไว้ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจะส่งมอบเพื่อซ่อมแซมต่อไป

นอกจากนี้สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดยังแจ้งสาระสำคัญของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ประเด็นป้องกันและการฟ้องคดีปิดปาก เพื่อปกป้องและช่วยเหลือผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตต่อ ป.ป.ช. และยังประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน นักเรียนและนักศึกษาลงทะเบียนเรียนวิชาป้องกันการทุจริต หลักสูตรต้านการทุจริตผ่านระบบโรงเรียน โดยลงทะเบียนได้ทาง aced.nacc.go.th ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วย

สมุทรสาคร จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2568

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ค่ายลูกเสือทีปังกรรัศมีโชติ ต.นาโคก อ.เมืองสมุทรสาคร นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนตรนารี สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ และผู้บังคับบัญชาลูกเสือในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยมีกองลูกเสือ เนตรนารี สำรอง สามัญ สามัญรุ่นใหญ่ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ กว่า 500 นาย ร่วมประกอบพิธีฯ

ทั้งนี้ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้กำหนดให้ วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยให้จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของผู้บังคับบัญชาลูกเสือเนตรนารีผู้บำเพ็ญเพียรประโยชน์พร้อมกันทั่วประเทศ

สมุทรสงคราม ท่องเที่ยวและกีฬาฯ จัดฝึกอบรมเครือข่ายรุ่นที่ 2 เพื่อยกระดับเป็นอาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

อบรมเครือข่ายท่องเที่ยว

สมุทรสงคราม ท่องเที่ยวและกีฬาฯ จัดฝึกอบรมเครือข่ายรุ่นที่ 2 เพื่อยกระดับเป็นอาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ที่สวนนพรัตน์รีสอร์ท อัมพวา นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา จ.สมุทรสงคราม” เพื่อพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม พร้อมยกระดับเป็นอาสาสมัครที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดย นายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.สมุทรสงครามให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน

นายรนัสถ์ชัยฯ กล่าวว่า โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา เป็นโครงการที่มีความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร เพราะการทำงานในบทบาท “อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา”ที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นจะต้องมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และที่สำคัญต้องมีจิตอาสาเสียสละเพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งต้องมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ เป็นแบบอย่างที่ดีมีความประพฤติอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีจึงจะได้รับความไว้วางใจและยกย่องจากประชาชน จึงหวังว่าผู้เข้าฝึกอบรมทุกท่านจะนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เติมความสามารถต่อไป

ด้าน นายสุภาพลฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการจัดฝึกอบรมอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา จ.สมุทรสงคราม รุ่นที่ 1 เมื่อปี 2567 มีอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรมจำนวน 50 คน และวันนี้เป็นการฝึกอบรมหลักสูตรอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา จ.สมุทรสงคราม ประจำปีงบประมาณ 2568 (อสทก.รุ่นที่ 2) เป้าหมายเพื่อให้เกิดการขยายเครือข่ายอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา จ.สมุทรสงครามเพิ่มมากขึ้น โดยกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรม 2 วัน มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 40 คน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568

สำหรับรูปแบบการฝึกอบรมประกอบด้วยภาคการบรรยายและการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ และเมื่อผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนี้แล้วผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับเกียรติบัตรพร้อมเครื่องแบบอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา (เสื้อกั๊ก) ตามแบบฟอร์มของกองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อใช้ทำหน้าที่อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาใน จ.สมุทรสงครามต่อไป ( 30 มิ.ย. 68)

อบจ.สมุทรสาครจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการบริหารจัดการขยะทะเล ให้เป็นไปตามหลักการ International Coastal Cleanup

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจการบริหารจัดการขยะทะเลของจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และนายสุชาติ รัตนเรืองสี ผู้อํานวยการ สํานักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 สมุทรสาคร (สทช.8) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ร่วมกัน โดยมีปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมเป็นสักขีพยานเป็นจำนวนมาก

สำหรับ บันทึกความเข้าใจการบริหารจัดการขยะทะเลของจังหวัดสมุทรสาครระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร กับ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (สมุทรสาคร) เป็นความร่วมมือในการจัดการขยะทะเลและบริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเศรษฐกิจอย่างมาก เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว และการประมงในเขตจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีข้อตกลงความเข้าใจฯ จะดำเนินงานร่วมมือกันบริหารจัดการ “ขยะทะเล” ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพลดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้มีการเก็บรวบรวม และจัดการ “ขยะทะเล” ตามหลักวิชาการ, เพื่อลดปริมาณขยะในทะเลในบริเวณพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร, เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลในจังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีแนวทางการดําเนินงานร่วมกันในการวางแผนการดําเนินงานเก็บรวบรวมขยะทะเล ตลอดจนประสานการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในจังหวัดสมุทรสาคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อดำเนินการเก็บรวบรวมและจัดการขยะทะเล ตามหลักวิชาการ เก็บรวบรวมข้อมูล สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานการบริหารจัดการขยะทะเล เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง การเผยแพร่ผลการดําเนินงานการบริหารจัดการขยะทะเลของจังหวัดสมุทรสาครให้แก่ประชาชน สื่อมวลชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้ อบจ.สมุทรสาคร สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าดำเนินการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานเก็บขยะทะเล สทช.8 ให้ยืมเรือเก็บขยะทะเล และวัสดุครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องพร้อมเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานจัดการเก็บ “ขยะทะเล” และคัดแยกประเภทของ “ขยะทะเล” ตามหลักการ การอนุรักษ์ชายฝั่งสากล International Coastal Cleanup : ICC เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงแหล่งที่มาและปัญหาของขยะทะเล โดยบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 อีกด้วย......