pearleus

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กอ.รมน. จัดพิธีถวายราชสักการะ และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9


กอ.รมน. จัดพิธีถวายราชสักการะ และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
เมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561 ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคาร รื่นฤดี กอ.รมน. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์  เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561  โดยมีผู้บังคับบัญชา ผบ.หน่วย  ข้าราชการพลเรือน นายทหารประทวน ลูกจ้าง กอ.รมน. และพนักงานเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

















เด้งฟ้าผ่า 5 เสือตร.กระทุ่มแบน เซ่นจับผับดังอ้อมน้อย NOS PUB ยาอื้อ

 

            จากกรณีเจ้าหน้าที่ปกครองร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร ออกกวาดล้าง สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ย่านอ้อมน้อย พบนักท่องเที่ยวฉี่สีม่วงเพียบ เมื่อ 11 สิงหาคม 2561 เวลา 01.30 น. เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นำกำลังพนักงานฝ่ายปกครองสำนักการสอบสวนและนิติการ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้การอำนวยการของนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิชนายอำเภอกระทุ่มแบน
ล่าสุด พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีคำสั่งให้ ผกก. ,รองผกก. และ สว.ที่รับผิดชอบ หรือ 5 เสือ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 โดยกำชับการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องทำโดยรวดเร็ว เป็นธรรมเพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม ขณะที่ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว

           ทั้งนี้ ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้แฝงตัวเป็นนักเที่ยวเข้าทำการสืบสวน เมื่อเกินเวลาตี 1 ซึ่งเป็นเวลาปิดทำการตามกฎหมายของสถานบริการดังกล่าวไปแล้ว ครึ่งชั่วโมง ก็พบว่าสถานบริการยังคงไม่มีทีท่าที่จะเช็คบิลปิดทำการแต่อย่างใด นักเที่ยวยังคงดื่มกินและเต้นกันอย่างเมามันตามจังหวะดนตรีของทางร้าน นอกจากนี้ยังพบว่าร้านยังคงจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปกติ แม้ว่าจะเลยเวลาเปิดทำการตามกฎหมายไปแล้ว สายลับจึงให้สัญญาณแก่ชุดจับกุมเข้าดำเนินการตรวจสอบจับกุม เมื่อกำลังของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางมาถึง พบว่าสถานบริการ NOS PUB ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยมีนักเที่ยวจำนวนกว่า 800 คน ดื่มกิน และ เต้นอย่างเมามัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงแสดงตัวขอตรวจสอบ ให้ปิดเสียงดนตรี และเปิดไฟภายในร้าน ทำให้นักเที่ยวต่างแตกตื่น นักเที่ยวที่พกยาเสพติด ต่างก็โยนยาเสพติด และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และอุปกรณ์การเสพ ลงพื้นเกลื่อนกลาด ทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน และยาทามาดอน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนักเที่ยวแยกชายหญิง เพื่อตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ 
ผลการตรวจสอบพบว่า นักเที่ยวที่มีปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 123 คน เป็นชาย 80 คน เป็นหญิง 43 คน พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการจำนวน 7 คน อายุต่ำสุด 17 ปี ซึ่งเด็กได้ให้การว่าเข้ามาเที่ยวและเสพยาเสพติดในร้าน NOS PUB โดยซื้อยาเสพติดได้ในห้องน้ำของสถานบริการ





 

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กอ.รมน.สค.จับมืออ.กระทุ่มแบนตรวจสอบโรงงานลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลอง


7 ส.ค.61 เวลา 09.30 น.ภายใต้การอำนวยการของพล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.นายประภัสสร์  มาลากาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
          พลตรีเรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ รอง ผอ.ศปป.4 พันเอกเกรียงชัย สุวรรณทัต รอง ผอ.รมน.จังหวัด สมุทรสาคร พ.อ.ทรงศักดิ์ นิ่มนวล ผอ.สพอ.ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมนายวุฒิพงษ์  สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท ไทยกลีเซอรีน จำกัด เลขที่ตั้ง 102 ม.3 ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนโดยคาดว่าโรงงานดังกล่าวแอบลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำคลองสาธารณะ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันโดยมี กอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้มจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเสา กรมชลประทาน และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ท่าเสา
             ขณะเข้าตรวจสอบพบว่ามีการประกอบกิจการตามปกติ และพบการกระทำความผิด ร่วมถึงสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ดังนี้
            1.พบว่าอาคารบางหลังก่อสร้างไม่ตรงตามแบบที่ยื่นขออนุญาตต่อ อบต. จึงให้กองช่างดำเนินการตาม พรบ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2552 โดยมีคำสั่ง ระงับ ห้ามใช้ และรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างผิดแบบ ในส่วนที่ก่อสร้างถูกต้องให้เร่งดำเนินการขออนุญาต
             2. พบว่ามีการกักเก็บกากอุตสาหกรรม คือสารอินทรีย์ที่ไม่ปนเปื้อนกลีเซอรีน ไว้ภายในโรงงานซึ่งเป็นพื้นดิน และไม่มีหลังคาปกคลุม เกิน 90 วัน โดยไม่ได้ขออนุญาต จึงสั่งให้ทางโรงงาน เร่งดำเนินการขนย้ายเข้ามาไว้ภายในอาคารซึ่งมีหลังคาปกคลุมและเป็นพื้นซีเมนต์เพื่อป้องกันไม่ให้สารปนเปื้อนลงสู่ดิน และยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายร่วมถึงเสียค่าปรับตามกฎหมาย
            3. ไม่มีรายละเอียด water balance จึงได้สั่งให้ทางโรงงานเร่งดำเนินการส่งรายงานรายละเอียด water balance ให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบต่อไป
           4. นำน้ำทิ้งจากระบบ RO มาใช้ในการรดน้ำต้นไม้ และล้างรถ จึงได้สั่งห้ามทางโรงงานนำน้ำจากระบบ RO มาใช้ จนกว่าจะได้รับผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำ เนื่องจากหากเป็นน้ำที่ไม่ผ่านมาตราฐานจะถูกดำเนินการเรื่องนำน้ำที่ไม่ผ่านมาตรฐานออกนอกโรงงาน
          5. พบว่ามีคราบไขมันปนเปื้อนอยู่ในรางน้ำฝนของโรงงาน จึงให้โรงงานตรวจสอบการปนเปื้อนที่มาของแหล่งน้ำมัน ไขมัน นั้น ไม่ให้มีการปนเปื้อนสู่ภายนอก   พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำจากโรงงานจำนวน 2 จุด จุดที่ 1. บริเวณจุดที่น้ำเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย และจุดที่ 2. จุดสุดท้ายก่อนจะระบายน้ำออกสู่ภายนอกโรงงาน
          6.ในส่วนของท่อระบายน้ำทิ้ง ที่ได้มีการเชื่อมลงคลองแนวลิขิต ซึ่งเป็นคลองของชลประทาน จากการตรวจสอบได้มีการวางท่อระบายน้ำลงโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้สั่งให้ผู้ประกอบการโรงงานในพื้นที่ ยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง และหากผลการตรวจสอบน้ำทิ้งมีผลไม่ได้เป็นตามค่ามาตรฐาน จะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป









ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาในบ้าน



ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกระทุ่มแบน โดยนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน ได้รับการประสานจากนายธนวัฒน์ สร้อยสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.ดอนไก่ดี เมื่อวันที่ 6 ส.ค.61 เวลาประมาณ 14.30 น. ว่า ได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ว่ามีชายแปลกหน้าเดินเข้ามาในบ้าน ลักษณะของชายดังกล่าวหน้าจะมีสติไม่ค่อยสมประกอบ ผู้ใหญ่บ้านจึงเข้าไปควบคุมตัว ทราบว่ามาอาศัยอยู่บริเวณโรงเรียนวัดดอนไก่ดีหลายวันแล้ว ค้นภายในตัว พบบัตรประชาชน ซึ่งมีที่อยู่อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชาธานี จากการสอบถามตัวชายดังกล่าว ให้การวกวน สับสน ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ประสานมาที่นายอำเภอว่าจะทำอย่างไร
            อำเภอจึงได้ทำการค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ว่ามีญาติพี่น้องที่ไหนบ้าง ซึ่งจากการค้นข้อมูลในฐานข้อมูลได้เบอร์โทรศัพท์จากญาติของชายดังกล่าวที่อยู่ที่อุบลราชธานี จึงได้ให้นายสมยศ วงษ์พันธ์ ปลัดอำเภองานทะเบียน โทรประสานได้คุยกับแม่ของชายดังกล่าว ได้ข้อมูลว่าหายออกจากบ้านมา 2-3 ปี แล้ว และมีสติไม่ดี พูดจากไม่รู้เรื่อง พอทราบเรื่องพ่อกับแม่จะนั่งรถมาจากอุบลราชธานีเพื่อมารับลูกชาย โดยจะออกเดินทางนั่งรถทัวร์ จากอุบลราชธานีในเช้าวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งจะถึงสถานีหมอชิตในช่วงเย็นของวันที่ 7  ส.ค.61
            ระหว่าง คืนวันที่ 6 ส.ค.61 ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงนำไปตัวไปพักผ่อนที่ป้อมที่ทำการของผู้ใหญ่บ้านพร้อมจัดได้นอนเฝ้า เพื่อป้องกันชายดังกล่าวจะออกเร่ร่อนไปที่อื่น และได้นำส่งตัวชายดังกล่าว ส่งให้พ่อกับแม่ ที่สถานีหมอชิต พร้อมกับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ม.5 ดอนไก่ดี ได้ออกค่าตั๋วรถกลับอุบลราชธานี ให้กับครอบครัวทั้ง 3 คน เมื่อวันที่ 7 ส.ค.61 เมื่อเวลา 21.30 น. เรียบร้อย







สุรินทร์ จัดงานวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน


 
สุรินทร์จัดงานวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี  และโครงการเที่ยวงานวัด 55 เมืองรอง สุรินทร์ บ้านเรา
จังหวัดสุรินทร์  โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์  จัดงานแถลงข่าว "โครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี  และโครงการเที่ยวงานวัด 55 เมืองรอง สุรินทร์ บ้านเรา"  วันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2561  เวลา 14.00 น. ณ วัดจอมสุทธาวาส หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองที อำเภอเมืองสุรินทร์
  สำหรับโครงการดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมและอนุรักษ์ ฟื้นฟูดูแลต้นไม้ ที่มีประวัติศาสตร์คู่กับชุมชน  เกิดความรู้ ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่  9 -11 สิงหาคม ณ วัดจอมสุทธาวาส หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองที อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ณ สำนักปฏิบัติธรรมวัดเขาดาร์สปวง บ้านช้างหมอบ หมู่ที่ 14  ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
   โดยมี ว่าที่ร้อยตรีนิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในการแถลงข่าว และ นางอุดมลักษณ์ ประชุมรักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายกฤษณุ  เหลืองพิบูลกิจ นายอำเถอเมืองจังหวัดสุรินทร์ นายสุทธิโรจน์  เจริญธนะศักดิ์  นายอำเภอกาบเชิง ร่วมกันแถลงข่าว
โครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี จังหวัดสุรินทร์ และโครงการเที่ยวงานวัด 55 เมืองรอง สุรินทร์บ้านเรา กรมส่งเสริม วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการ "รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี" และโครงการเที่ยวงานวัด 55 เมืองรองสุรินทร์ บ้านเรา เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรม และอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลต้นไม้ ที่มีประวัติศาสตร์ คู่กับชุมชน ส่งผลให้เกิดความรู้ ความเป็นมา ของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำให้คนในชุมชน เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่ และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยจังหวัดสุรินทร์ ได้รับการคัดเลือกต้นไม้ที่ทรงคุณค่า จำนวน 2 ต้นคือ ต้นมะขามลายศิลป์ ณ วัดจอมสุทธาวาส หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองที อำเภอเมืองสุรินทร์ ได้รับคัดเลือก 1 ใน 65 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร เนื่องในโอกาส ทรงพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560. และ
ต้นจันผา ณ. สำนักปฏิบัติธรรม วัดเขาดาร์สปวง บ้าน ช้างหมอบ หมู่ที่ 14 ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้รับคัดเลือก 1 ใน 63 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 63 พรรษา 2 เมษายน 2561
  ในส่วนของโครงการเที่ยวงานวัด 55 เมืองรอง สุรินทร์บ้านเรา จัดขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฯ ฉบับที่ 2 โดยกำหนดเป็น ยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้สังคมตระหนัก ในคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญา พัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของบุคลากร องค์กรภาคีและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยมีพันธกิจในการส่งเสริม สนับสนุนการนำทุนทางวัฒนธรรม ใช้ในการเพิ่มคุณค่าและมูลค่า ทางสังคมและเศรษฐกิจและการส่งเสริมภาคประชาชนให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม โดยให้มีการจัดกิจกรรมงานวัดที่มีความเป็นมายาวนานหลายร้อยปี เป็นศูนย์รวมของชุมชนมาแต่โบราณการจัดงานวัดจึงเป็นเหมือนกุศโลบาย  ที่เชื่อมโยงพุทธศาสนา และวิถีชีวิตของผู้คน ในแต่ละยุคสมัย เข้าด้วยกัน ได้เป็นอย่างดี รวมไว้ทั้งโรงหนังสวนสนุกพิพิธภัณฑ์โรงละครศิลปะการแสดง ตลาดนัดและร้านอาหารในคราวเดียวกัน กิจกรรมในงานวัด จึงสะท้อนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายเอาไว้ในที่เดียว
ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์ จึงได้จัดทำโครงการวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดก ของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี จังหวัดสุรินทร์ และเที่ยวงานวัด 55 เมืองรอง สุรินทร์บ้านเราประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานดังนี้ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ ความเป็นมา ของประวัติศาสตร์ ต้นไม้ ให้เป็นที่รู้จักแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนโดยทั่วไป โดยการพัฒนาต่อยอด ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลต้นไม้ที่มีประวัติศาสตร์ ให้คงอยู่คู่กับชุมชน จากรุ่นสู่รุ่น อันจะทำให้เกิดรายได้ต่อครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติโดยรวม เพื่อสร้างความ ภาคภูมิใจ ให้กับประชาชนในท้องถิ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความรัก และมองเห็นในมรดกทางธรรมชาติ เพื่อกระตุ้นให้มีการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างอาชีพรายได้ และเพิ่มพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้ยั่งยืน เพื่อกระตุ้นปลูกจิตสำนึก ให้ประชาชน เกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการใช้มรดกทางวัฒนธรรมในการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมให้กับชุมชน










สืบบ้านแพ้วเปิดยุทธการ กวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่


สืบบ้านแพ้วเปิดยุทธการ กวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่   ตามแผนกวาดล้างอาชญากรรม ขุดราก ถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่
      เมื่อวันที่ 6 ส.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก.สั่งการให้ พ.ต.ท.สมโภชน์ จูเจริญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล สว.สส.ร.ต.อ.ประวิน เที่ยงบ่าย รอง สว.สส. ร.ต.อ.อรรถ ปิ่นทำนัก รอง สว.สส.สภ.บ้านแพ้ว และ กำลังชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย นายภาคภูมิ เพ็งพูล ปลัดอำเภอบ้านแพ้ว พร้อมด้วย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน
     ร่วมกันจับกุมคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด  1  ราย  ผู้ต้องหา  2  คน
  1)นายวิฑูร หรือเอก กุ้ยบำรุง อายุ 42 ปี ที่อยู่ 80 ม.4 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จว.สมุทรสาคร
  2)นายศักดิ์ดา หรือแดง รุกกระมูล อายุ 56 ปี ที่อยู่ 78/191 ซ.เพชรเกษม 106 ต.หนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.   ของกลาง  ยาบ้า จำนวน 1,200 เม็ด  ยาไอซ์ 0.85 กรัม โทรศัพย์มือถือ 2 เครื่อง  รถยนต์กระบะ 1 คัน
    ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจับกุม ถนนเลียบคลองขุดใหม่ ม.9 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จว.สมุทรสาคร เวลาประมาณ 19.30 น. นำตัวพร้อมของส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.

 เงาพญาราหู รายงาน