pearleus

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561

สค.แถลงข่าวงานสืบสาน สีสัน สายเส้น เบญจรงค์ดอนไก่ดี


สมุทรสาครแถลงข่าวจัดงาน สืบสาน สีสัน สายเส้น เบญจรงค์ดอนไก่ดี ครั้งที่ 8
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณโฮมสเตย์อุไรเบญจรงค์ หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในการแถลงข่าวจัดงาน สืบสาน สีสัน สายเส้น เบญจรงค์ดอนไก่ดี ครั้งที่ 8 พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน พาณิชย์จังหวัด ผู้แทนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนไก่ดี ในการนี้มีส่วนราชการ กลุ่มผู้ประกอบการหมู่บ้านเบญจรงค์ดอกไก่ดี และสื่อมวลชน เข้าร่วมการแถลงข่าว
สำหรับ การจัดงาน สืบสาน สีสัน สายเส้น เบญจรงค์ดอนไก่ดี ครั้งที่ 8 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สีสันฤดูร้อน ซึ่งเป็นลวดลายศิลปะร่วมสมัย จะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 11 มีนาคม 2561 ที่บริเวณหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสร้างสรรค์ เป็นหนึ่งของโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว โดยภายในงาน นอกจากจะมีการโชว์วาดลายเบญจรงค์/ลายคราม การจำหน่ายเครื่องเบญจรงค์ เครื่องลายคราม แล้วยังมีการจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าธงฟ้า ผลิตทางการเกษตร สินค้าอุปโภคและบริโภค นอกจากนี้ ยังมีโฮมสเตย์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาพักและสามารถทำเบญจรงค์ที่เป็นลายที่ตนเองเขียนเองได้อีกด้วย จังหวัดสมุทรสาคร จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้มาร่วม สืบสานงานศิลป์ กับงาน สืบสาน สีสัน สายเส้นเบญจรงค์ ครั้งที่ 8 ได้ตั้งแต่วันที่ 9-11 มีนาคมนี้ ที่ หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร มาร่วมเรียนรู้การทำเครื่องเบญจรงค์ทั้ง 9 ขั้นตอน มาร่วมสนับสนุนสินค้าหัตถศิลป์ ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้นบนเครื่องจาน ชาม โถง ซึ่งต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อให้อยู่คู่เมืองไทย ต่อไป ...//




วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561

วัชระ เพชรทอง” ถอดเทปลับมติซื้อเมล์ NGV ฉาว จี้"นายกฯตู่"อาจเจอ ม.157


ตามที่นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ขสมก.และนายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. แถลงข่าวลักไก่อ้างบอร์ด ขสมก.ทั้งคณะมีมติเห็นชอบโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV. 489 คันวงเงิน 4,261 ล้านบาท ปรากฏว่าตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมามีแต่ข้อครหาและเสียงร้องเรียนทั้งจากประชาชนแจ้งกองปราบฯและเอกชนร้องทุกข์ต่อ ปปช.และ สตง. ถึงความไม่โปร่งใสและอาจเข้าข่ายทุจริตทำให้รัฐเสียหายนั้น 

ล่าสุดนายวัชระ เพ็ชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ออกมาเปิดเผยว่ามีไอ้โม่งบิ๊กทหาร คสช.บงการอยู่เบื้องหลัง พร้อมโชว์หลักฐานถอดเทปรายงานการประชุมบอร์ดที่นายณัฐชาติ ใช้เป็นข้ออ้างว่าบอร์ดมีมติเห็นชอบว่าเป็นการทำรายงานเท็จ ส่งแก่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561  นายวัชระ  ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุและเพจดัง”สืบจากข่าว” 100.5 อสมท. ถึงกรณีดังกล่าวตามที่สื่อมีการเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง ว่า  “ผมทนไม่ได้กับการที่เห็นว่าเขากำลังจะโกงเงินของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมไม่อยากเชื่อว่าจะมีการโกหกหัวหน้า คสช. โกหกนายกรัฐมนตรีได้ในยุคไทยแลนด์ 4.0 พวกท่านกล้าออกมาแถลงข่าวอันเป็นเท็จ รายงานนายกฯอันเป็นเท็จ ทำเอกสารราชการอันเป็นเท็จ   ขสมก.ต้องเปิดเผยผลการประชุมและรายงานการประชุมต่อสาธารณชนและแจกเอกสารรายงานการประชุมให้สื่อมวลชนพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าแท้จริงแล้วในวันที่ 18 และ 20 ธันวาคม พวกท่านพูดอะไรไว้บ้าง”

นายวัชระกล่าวอีกว่า  จากการถอดเทปการประชุมกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ชัดเจนแล้วว่าในวันที่ 18 ธันวาคม 2560 ไม่มีการโหวตใดๆทั้งสิ้น ส่วนผลการประชุมในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 มีบอร์ดเข้าประชุมเพียง 6 ท่านคะแนนโหวตเห็นชอบแค่ 2 ท่าน คือนายณัฐชาติ จารุจินดา กับ นายสมศักดิ์ ห่มม่วง เท่านั้นส่วนกรรมการที่ไม่เห็นด้วย ที่ต้องเคารพ ที่ต้องเชิดชูว่ารักษาผลประโยชน์ให้พี่น้อประชาชนมี 3 ท่านคือ พลตำรวจตรีประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์,นายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ, รศ.คณิต วัฒนวิเชียร และท่านที่งดออกเสียงคือ รศ.พัชรา พัชราวนิช ใช้สิทธิ์งดออกเสียง  สรุปเห็นชอบ 2 ไม่เห็นชอบ 3 งดออกเสียง 1 ตนต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อกรรมการท่านที่ลงอนุมัติไม่เห็นชอบ ก็เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบพร้อมกัน ว่าท่านเหล่านี้ได้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและของประชาชน

 “ท่านนายกฯต้องปราบปรามขบวนการทุจริตการจัดซื้อรถเมล์ครั้งนี้ให้เป็นแบบอย่างครับ ทั้งๆที่บริษัทนี้เคยประมูลไว้แค่ 3,800 ล้านบาท แล้วต่อมาใช้วิธีการตกลงราคาเฉพาะบริษัทกับ ขสมก. ปรากฏว่าราคามันพุ่งขึ้นถึง 4,261 ล้านบาทได้อย่างไร ส่วนต่างตรงนี้แพงขึ้น 461 ล้านบาทถ้านับรวมอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทกับเงิน US ดอลล่าห์ ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นทำให้เอกชนได้กำไร 700 ล้านบาท รวมแล้วเป็นเงินรัฐและพี่น้องประชาชนเสียหาย 1,200 ล้านบาท"นายวัชระ กล่าวและว่า   ท่านพลเอก ประยุทธ์ ต้องสั่งการไปถึงนางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นกรรมการบอร์ด ขสมก.ด้วย แต่ไม่เข้าประชุมบอร์ดในวันที่ 20 ธันวาคม และไม่เข้าประชุมบอร์ดหลายครั้งอาจรู้ว่างานนี้มีคนขอ อ้างบารมีบิ๊กทหาร คสช.ให้ผ่านโครงการก็เป็นไป

นายวัชระ ยังกล่าวด้วยว่า ตนได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์  อย่างเป็นทางการขอให้สั่งการ 1.อธิบดีกรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระงับการจ่ายเงิน 4,261 ล้านบาท เพราะส่วนต่างที่เกิดขึ้นจาก 3,800 ล้านบาท พุ่งขึ้น แพงขึ้นในรัฐบาล คสช. ไม่สมเหตุสมผล ถ้าเป็นรัฐบาลที่เกิดจากการเลือกตั้ง ซื้ออย่างนี้ไม่ได้ 2.ให้สอบสวนว่ามีการวิ่งเต้นจ่ายให้กับผู้หลักผู้ใหญ่กับบิ๊กทหาร คสช.จริงหรือไม่? และ 3.ท่านนายกรัฐมนตรีต้องหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าด้วยการสั่งยกเลิกโครงการนี้เพราะส่อทุจริต พร้อมเปิดให้ประมูลใหม่ สัญญาที่ไม่ล็อกสเปก เปิดให้เอกชนมีสิทธิเข้าประชุมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย”

พร้อมระบุด้วยว่า การทุจริตของ ขสมก.ครั้งนี้เป็นกระบวนการเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว ตนไปยื่นหนังสือถึง ปปช. ให้ตรวจสอบโครงการฯ  และให้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริต ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร จนถึงประธานบอร์ด กรรมการบอร์ด ขสมก. จนถึงผู้รักษาการ ขสมก.

" เอาแบบครบทั้งยวงปล่อยไว้ไม่ได้ครับ เพราะถ้าเราปล่อยเท่ากับการละเว้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาเรียกว่าฉบับปราบโกง ท่านพลเอก ประยุทธ์  เองเรียกร้องให้พวกเราปราบปรามทุจริต ให้เราเป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมือง มาแจ้งเบาะแส ผมมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ จะโกงซื้อรถเมล์ 4,261 ล้านบาท แล้วแถมยังจะขึ้นค่าโดยสารพี่น้องที่ขึ้นรถเมล์อีกระยะละ 2 บาท มันเกินไปครับ ผมยอมไม่ได้ครับต้องทำเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ความโลภมันไม่เข้าใครออกใคร ถ้าพลเอก ประยุทธ์ ไม่ระงับยับยั้งมีโอกาสตกเป็นจำเลยที่ 1 นายณัฐชาติและนายประยูร ยังรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ทำเอกสารราชการเท็จอีกกระทงด้วย ทีมเสนาธิการของท่านพลเอกประยุทธ์ อย่าละเลย นิ่งเฉย มีคนแอบอ้างนายทหารใหญ่บิ๊ก คสช.อนุมัติโครงการนี้ ท่านต้องไประงับและยับยั้งไม่งั้นประเทศชาติเสียหาย เรื่องนี้ผมคิดว่ามีการโกงทุจริตอื้อฉาวไม่แพ้กรณีโกงเงินคนจนหรือว่ากรณีเงินทอนวัดแต่อย่างใด"

นายวัชระ ยังกล่าวด้วยว่า  ยังมีอีก 1,600 ล้านบาท ระบบ E- Ticket ที่เป็นกล่องๆ แล้วใช้บัตรสวัสดิการคนจนไปรูด ก็เจ๊ง  ติดไว้แหกตาชาวบ้าน ไหนว่ารัฐบาลนี้ต้องการปราบโกง ไหนว่าเงินแม้แต่บาทเดียว ขอให้พลเอกประยุทธ์ อย่าตกเป็นเครื่องมือกลุ่มคนเหล่านี้ 

ด้านนายสุรดิษ สีดามาตย์ กรรมการบริษัท แม่โขงเทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า  “ได้อ่านรายงานการประชุมบอร์ดครั้งที่ 15/60 วันที่ 18/12/2560 เห็นชัดว่าไม่มีการลงมติใดๆทั้งสิ้น ส่วนรายงานการประชุมครั้งที่ 16/2560 เมื่อวันที่ 20/2/2560 ได้มีมติรับรองการประชุมโดยคณะกรรมการฯเสียงข้างมากคือเห็นด้วย 2 ไม่เห็นด้วย  3 และงดออกเสียง 1 ซึ่งไม่ตรงกับที่นายณัฐชาติและนายประยูร ให้ข่าว ดังนั้นการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้จึงขัดต่อระเบียบพัสดุปี 2560 การกระทำดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันตามตัวอย่างคำพิพากษาศาล ฎีกาที่ 7277/2549 ว่า “สัญญาเกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงไม่มีผลผูกพันและเท่าที่เห็นภาพรถเมล์ที่ ขสมก.กำลังจะตรวจรับและนำออกมาทดลองวิ่ง เห็นชัดๆว่าผิดสเปกไม่ตรงตาม ทีโออาร์ กำหนดในข้อ 9.3.1 ป้ายอีเล็กทรอนิกส์ บอกหมายเลขเส้นทางและชื่อต้นทาง-ปลายทาง ด้านบนของประตูทางขึ้น-ลง ขนาดไม่น้อยกว่า 20 คูณ75 ซม.

"ตรงนี้ถือเป็นสาระสำคัญมาก คณะกรรมการตรวจรับของ ขสมก.จะปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด ถ้ายังกล้าที่จะตรวจรับ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญางานนี้บอกได้เลยว่า เจอกันแน่ครับและขอฝากไปถึงท่านพลเอกประยุทธว่า อย่าปล่อยผ่านครับเรื่องนี้เด็ดขาดครับจะอีกกี่ปีก็ไม่จบ และที่สำคัญคือมันได้ไม่คุ้มเสียครับ ” นายสุรดิษ กล่าวในที่สุด

สค. หารือ UNDP เตรียมการจัดการประชุมโต๊ะกลม ‘การรับรองสถานะทางกฎหมายของคนข้ามเพศในประเทศไทย’


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้อง Happy Family ชั้น 3 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและประชุมหารือกับคณะผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย หรือ UNDP นำโดย Ms. Deirdre  Boyd ตำแหน่ง UN resident Coordinator เกี่ยวกับรายงานทบทวนกฎหมายและนโยบายในประเทศไทยเกี่ยวกับการรับรองเพศสถานะของบุคคลข้ามเพศตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อเตรียมการจัดการประชุมโต๊ะกลมเรื่อง ‘การรับรองสถานะทางกฎหมายของคนข้ามเพศในประเทศไทย’

นายเลิศปัญญา กล่าวว่า การต้อนรับและประชุมหารือกับคณะผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย หรือ UNDP ซึ่งนำโดย Ms. Deirdre  Boyd ในวันนี้ เป็นการประชุมหารือเพื่อเตรียมการ จัดการประชุมโต๊ะกลมในหัวข้อเรื่อง ‘การรับรองสถานะทางกฎหมายของคนข้ามเพศในประเทศไทย’ ซึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

 โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จะร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP เป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมนี้ขึ้น โดยจะรวบรวมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันอภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับ กฎหมาย ข้อบังคับ นโยบาย และการปฏิบัติต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการรับรองสิทธิ์ของบุคคลข้ามเพศ โดยจะมีการวิเคราะห์ผลกระทบ และการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ ภายใต้กรอบสิทธิมนุษยชนของบุคคลข้ามเพศ ซึ่งการประชุมนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ในประเด็นการรับรองสถานะคนข้ามเพศ

นายเลิศปัญญา กล่าวต่ออีกว่า การประชุมโต๊ะกลม จะเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันพิจารณาผลจากการศึกษากฎหมายและนโยบายในประเทศไทยเกี่ยวกับการรับรองเพศสถานะของบุคคลข้ามเพศตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ว่าสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเด็นการรับรองสถานะทางกฎหมายของคนข้ามเพศในประเทศไทยได้อย่างไร อนึ่ง ยังเป็นการสนับสนุนการหารือระหว่างรัฐบาลและองค์กรภาคประชาสังคมในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการรับรองเพศ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และ บทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ที่ให้ความคุ้มครองกลุ่มบุคคลข้ามเพศจากการเลือกปฏิบัติทางเพศที่ไม่เป็นธรรมอีกด้วย สำหรับกำหนดการจัดประชุมโต๊ะกลมดังกล่าว คาดว่าจะจัดขึ้นภายในในเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งทาง UNDP จะประสานงานในรายละเอียดตามลำดับต่อไป

เปิดแล้ว“ท่าเรือเวียงเชียงแสน” ท่าเรือท่องเที่ยวแห่งแรกของภาคเหนือ ขานรับกระแสเชียงรายโตต่อเนื่อง


บริษัท นิว เชียงแสน กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับททท. เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน คณะกรรมการบริหารท่าเรือเวียงเชียงแสน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เปิดท่าเรือท่องเที่ยวแห่งแรกของภาคเหนือ ณ ท่าเรือเทศบาลเวียงเชียงแสน (เชียงแสนแห่งที่ 1) จ.เชียงราย โดยผู้แทนจากประเทศไทย อาทิ นาย ชัยกฤษนิสัยสุข นายกเทศมนตรี นายพินิช แก้วจิตกรทอง นายอำเภอเชียงแสน นายคงเก่ง ประชากริช ประธานบริหารนิวเชียงแสนกรุ๊ป นายพันณรงค์ ขุนพิทักษ์ รองประธานบริหาร ฯ นายชัชวาล สุขสมจิต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายสมบูรณ์ ศิริเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธย ผอ.ททท.เชียงราย และผู้แทน ฝั่งสปป.ลาว นายอิ่นคำ แก้วนารี หัวหน้าห้องว่าการปกครองเมืองต้นผึ้ง นายอู่ลา เพิงสวัสดิ์ หัวหน้ากรมขนส่งเมืองต้นผึ้ง นายแสงเงิน  อำพรไธ รองหัวหน้าห้องการแถลงข่าว โดย มี นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานในพิธี เมื่อค่ำวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ท่าเรือเชียงแสน มีเรื่องค้างคากันมาตั้งแต่ปี 2554 ช่วงนั้นกรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างไว้ เมื่อก่อนเป็นท่าเรือพาณิชย์ และมอบหมายกันตั้งแต่ปี 2556 อยากให้ทางพื้นที่เดิม ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับเทศบาลเวียงเชียงแสน แต่ก็ยังมอบหมายกันไม่ชัดเจน จนปี 2560 ครม.มีมติชัดเจนมอบพื้นที่ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 1 ให้อยู่ในความดูแลของเทศบาลเวียงเชียงแสน "เจ้าของพื้นที่จะรู้เห็นถึงปัญหาอุปสรรค  รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ได้ชัดเจนมากกว่า  โดยเฉพาะทางเทศบาลซึ่งดูแลอยู่แล้ว ถ้ามอบหมายมากชัดเจน ทางเทศบาลก็มีความพร้อมมาก ในส่วนของจังหวัดและอำเภอเราให้การสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวมาโดยตลอด เพราะเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีป่าเขา ลำเนาไพร มีภูมิประเทศติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่อำเภอแม่จันมาเลย ติดกับเมียนมาร์ 153 กิโล และ ติดกับฝั่งลาว 155 กิโล มีพื้นที่ที่สวยงามเหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง"นายภาสกร กล่าวและว่า โดยเฉพาะการจราจรมีขนส่งทั้งทางเรือ ทางบกและทางอากาศซึ่งมีเที่ยวบินกว่า 50 เที่ยวบินต่อวัน ทางเรือก็มีท่าเรือเชียงแสนแห่งนี้

พร้อมระบุว่า ในอนาคต จะเป็นท่าเรือท่องเที่ยวนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันมีศุลกากร ตม. โดยคณะกรรมการบริหารโครงการฯ จะบริหารให้เป็นท่าเรือท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และอนาคตข้างหน้าจะมีการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี ซึ่งอยู่ในแผนตอนนี้อยู่ในตอนเสนอให้ทางกรมธนารักษ์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เห็นชอบด้วย หลังจากนั้นก็จะหาแหล่งเงินทุนมาพัฒนาพื้นที่ตัวท่าเรือและพื้นที่รอบข้างให้เป็นแลนด์มาร์คของเชียงแสนอย่างแท้จริง

"ต้องเรียนว่าเป็นความภาคภูมิใจไม่ใช่เพียงชาวเชียงแสนเท่านั้น แต่เป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งจังหวัดเชียงราย รวมทั้งจังหวัดข้างเคียง ท้องถิ่นเราเองได้มีโอกาสดูแลสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งท่าเรือซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยทางภาคเหนือตอนบน ผมขอฝากให้พี่น้อง ชักชวนกันมาเที่ยวที่นี่ซึ่งเราสามารถไปได้ถึงเมืองจีน ล่องเรือท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ซึ่งลำน้ำโขงสวย
งามมาก ผมอยากให้ทุกท่านส่งเสริม  เมื่อเรามีท่าเรือแห่งนี้ อัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวจะสูงขึ้น
และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อก่อนนี้จะดีเฉพาะช่วงไฮซีซั่น ฤดูหนาว ฤดูอื่นการท่องเที่ยวของเราอาจจะดร็อ
ปลงบ้าง แต่ถ้ามีปัจจัยหลายอย่าง จะทำให้การท่องเที่ยวของเราสมบูรณ์มากขึ้น ผมมั่นใจเหลือเกินว่า
นักท่องเที่ยวจะหลั่งใหลเข้ามา ไม่เพียงแต่ช่วงไฮซีซั่นเท่านั้น ไม่ว่าร้อนหรือฝนเราก็มีกิจกรรมต่างๆ
มากมาย"รองผู้ว่าฯเชียงราย กล่าวและว่าตรงนี้เราร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย รวมทั้งพื้นที่ด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นวัฒนธรรมก็จะมีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การกีฬาก็จะมาช่วยดู เป็นการส่งเสริมให้เชื่อมโยงภูมิภาคเดียวกัน ทั้งแพร่ น่าน พะเยา  ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เราจะปรับแนวการท่องเที่ยวเราให้พัฒนาไปด้วยกัน ไม่ใส่เรื่องความศิวิไลมาก แต่ยังคงสภาพเดิมๆของวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเห็นถึงความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรม
อย่างแท้จริง



นายคงเก่ง  ประธานบริหารบริษัท นิวเชียงแสนกรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการเปิดท่าเรือฯแห่งนี้ว่า จากการท่องเที่ยวทางเรือซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้ว แต่สำหรับทางแม่น้ำโขง ถือเป็นเส้นทางเปิดใหม่ เนื่องจากในสมัยก่อนเส้นทางนี้ถือว่าอันตราย แต่ปัจจุบันมีความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรือขนส่งสินค้า เรือท่องเที่ยว วิ่งขึ้นล่องลำน้ำโขงแทบจะตลอดเวลา  โดยความร่วมมือของ 4 ประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้

"เรื่องความปลอดภัยเชื่อถือได้ ทิวทัศน์บรรยากาศสองข้างทางริมฝั่งแม่น้ำโขง ก็สวยงาม  ชื่นชม
ธรรมชาติที่ยังคงสภาพอยู่ ผมว่าจะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ที่จะมาเยือนเปิดประสบการณ์ใหม่ๆในเส้นทางนี้ครับ" นายคงเก่ง กล่าวและว่า การเปิดท่าเรือฯ ครั้งนี้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้สัญจรไปมาได้มาก ความปลอดภัย ความมาตรฐานของท่าเรือ ซึ่งก่อสร้างอย่างถูกต้องตามแบบวิศวกรรม และการควบคุมดูแลการสัญจรไปมา อีกทั้งยังสามารถควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวที่จะ
เดินทางเข้าออกประเทศ ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

นายคงเก่ง ระบุว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทางเรือที่เข้ามาประเทศไทยทางอำเภอเชียงแสน ยังมีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งสินค้า  แต่หลังจากที่มีการเปิดท่าเรือแห่งนี้ตามมติครม. ให้เป็นท่าเรือท่องเที่ยวก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจากประเทศจีน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเดือนละ 500 คน ซึ่งเราตั้งเป้าหมายให้มีการใช้งานท่าเรือในช่วงปีแรกประมาณไม่น้อยกว่าเดือนละ 2,000 คน หรือปีละ 20,000คน โดยปัจจุบันการเดินทางโดยรถยนต์จากประเทศไทยไปยังประเทศจีน หรือจากประเทศจีนมายังประเทศไทยใช้เส้นทาง  r3a เป็นหลัก  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง สองข้างทางก็เป็นทิวทัศน์ธรรมดา ที่เห็นได้ทั่วไปในท้องถนนตนคิดว่าไม่น่าดึงดูดความสนใจแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นเส้นทางถนนที่ใช้ในการขนส่งสินค้า มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นการเปิดท่าเรือท่องเที่ยวครั้งนี้จึงเป็นการเผยให้เป็นถึงความงดงามทางทรัพยากรธรรมชาติของสองฝั่งแม่น้ำ ที่เพิ่มประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าสนใจมากขึ้น

คุณกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ททท.เชียงราย กล่าวว่า ททท.มีแผน เรียกว่า"เชียงรายยั่งยืเชียงรายแต้ๆ" ด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเชียงราย โดยเฉพาะอ.เชียงแสน มีประวัติศาสตร์ ที่สำคัญ นับจากนี้เป็นต้นไปจะมีท่าเรือ  มีด่านสำหรับเข้าออกของนักท่องเที่ยวหลายด่าน เป็นจังหวัดเดียว มีทั้งที่มีเชียงของและที่แม่สาย

"การที่เรามีท่าเรือเพิ่มขึ้นทำให้เป็นประตูสู่จังหวัดเชียงรายและเข้าสู่ประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น และเป็นท่าเรือแห่งแรกของภาคเหนือด้วย  ทำให้เชียงรายเรามีการเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวมากช่องทางเพิ่มขึ้น ซึ่งเชียงแสนมีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม มีเรื่องของชุมชนท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์มากมาย"ผอ.ททท.เชียงราย กล่าวและว่า  ตามปกติแล้ว เชียงแสนเป็นท่าเรือขนส่งสินค้า แต่ปัจจุบันเรามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้น ที่นี่จึงเป็นท่าเรือโดยตรงสำหรับรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามามากและง่ายขึ้น"ผอ.ททท.เชียงราย ระบุ

คุณกรุณา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากจีนมากที่สุด เนื่องจากเข้าตรงทางเชียงแสนและมี
ไฟล์ทบินตรงมาจากเชียงใหม่ด้วย ระยะทางขับรถจากเชียงใหม่มาเชียงรายแค่สามชั่วโมง จะเห็นว่า
กระแสนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเชียงรายมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันเรามีวัฒนธรรมเป็นจุดน่าสนใจของ
นักท่องเที่ยวยุโรปด้วย แต่อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวคนไทยเราเองก็ยังเป็นหลักด้วย เชียงแสนเป็นเมืองริมฝั่งแม่น้ำโขง มีทิวทัศน์ริมโขงงดงาม มีประวัติศาสตร์เมืองเก่าแก่ มีโบราณวัตถุที่ยังคงดูและรักษาไว้อย่างดี  ชุมชนยังคงรักษาประเพณี วัฒนธรรมดั้งเดิม ยังเชื่อมต่อไปยังเชียงของ หรือแม่สายได้
อีก ทำให้มีทางเลือกให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น

"ด้านการโปรโมท ปีนี้ เราทำต่อเนื่องจากเชียงรายแต้ๆ  ปีที่แล้วเชียงรายแต้ๆ เราเล่นที่เชียงแสนเป็นหลัก ปีนี้เราก็ยังทำต่อเนื่องปีที่แล้วเรื่องวัยเก๋า ชวนกันมาเที่ยวเชียงรายเชียงแสน ปีนี้เน้นกลุ่มครอบครัวที่มีหลายเจนเนเรชั่น มีคลิปวิดีโอเชิญชวนให้มาพบกับความหลากหลายของจังหวัดเชียงราย"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ท่าเรือเชียงแสนก่อสร้างขึ้นตามนโยบายในการปรับปรุงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางหรือประตูการพัฒนาภูมิภาคอินโดจีน รวมทั้งโครงการพัฒนาเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือ 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สภาพพม่า กัมพูชาและเวียดนาม  คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2546 ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นผู้บริหารและประกอบการ โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 แต่ไม่ได้รับการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ทางบริษัท นิว เชียงแสน กรุ๊ป จำกัด ได้รับอนุมัติตามมติครม. เมื่อวันที่ 12  ธันวาคม  2560 ให้เข้ามาบริหารจัดการ จึงได้มีการปรับปรุง ทั้งด้านการก่อสร้าง ภูมิทัศน์ ระบบความปลอดภัยและด้านต่างๆ  จนเปิดตัวท่าเรือเทศบาลเวียงเชียงแสน อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มีนาคม 2561 นี้


ที่ตั้ง ท่าเรือเชียงแสน  อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตพื้นที่ของอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ ด้านหน้าติดแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้านหลังติดถนนซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอเชียงแสนและอำเภอเชียงของลักษณะของท่าเรือ เป็นท่าเทียบเรือที่มีลักษณะเป็นทุ่นลอยน้ำ 2 ทุ่น มีสะพานเชื่อมระหว่างทุ่นกับเขื่อน ให้รถบรรทุกลงไปทำการบรรทุกขนถ่ายสินค้าข้างเรือได้ ตัวทุ่นและสะพานเชื่อมมีหลังคาคลุมกันแดดฝน จึงสามารถทำการบรรทุกและขนถ่ายได้ในสะดวกแม้ขณะฝนตก


*******************

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561

เด้ง 5 เสือสน.สมเด็จเจ้าพระยา เซ่นจับผับเสพยา-งามหน้าตร.เฝ้าทางเข้า



เมื่อวันที่ 4 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ได้ลงนามในคำสั่ง บช.น.ที่ 87/2561 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.61 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ โดยให้ พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา , พ.ต.ท.วุฒิชัย สุคนธวิท รองผู้กำกับสืบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา , พ.ต.ท.ณัฐจักร บุณยรัตน์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สน.สมเด็จเจ้าพระยา , พ.ต.ท.สงวน เรืองฝาง สารวัตรป้องกันปราบปราม สน.สมเด็จเจ้าพระยา และ พ.ต.ท.ณรงค์ชัย เอกฉันท์ สารวัตรสืบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตาม ผบช.น. มอบหมายตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ทั้งหมดมารายงานตัว ภายในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.)

สำหรับคำสั่งดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.10 น.ของวันที่ 3 มี.ค. กก.3 บก.ปส.1(นปส.ตากสิน), กก.1-2 บก.ปส.1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.และ บก.สปพ.(191) ตรวจสถานบริการร้าน ID4 ปากซอยลาดหญ้า 6 พบผู้ใช้บริการ 370 คน พบยาเสพติด เช่น ไอซ์ และเคตามีน เกลื่อนพื้น และตรวจปัสสาวะพบผลบวก 62 คน

นอกจากนี้ สถานบริการดังกล่าวยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ขับรถวิ่งวนคอยตรวจการณ์ด้านนอก ภายในมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา 2 นาย เฝ้าประตูทางเข้าด้วย

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และบก.สปพ.(191) นำกำลังเข้าตรวจค้น สถานบันเทิง ID4 PUB ท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ตรวจสอบพบยาเสพติด และมีนักเที่ยวเสพยาเสพติดในสถานบริการ ตนได้กำชับทุกท้องที่อยู่เสมอว่าห้ามปล่อยปะละเลยให้มียาเสพติด และห้ามมีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ โดยครั้งนี้ให้ 5 เสือมาประจำอยู่ที่ ศปก.น. และให้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 5 นายตำรวจด้วย

Cr: แนวหน้า





สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ผุดโครงการ วางศิลาฤกษ์ สยามเมืองบางกอก


เมื่อเวลา 12.59น.วันที่ 4 มี.ค.61 ณ.สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานคณะกรรมการ กลุ่มบริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ สยามเมืองบางกอก ณ.บริเวณสยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม โดยมี สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลางเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ และนายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ทั้งนี้นับเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งของท่าน ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ที่ต้องการก่อสร้างโครงการ สยามเมืองบางกอก บนพื้นที่ขนาด70ไร่ ในบริเวณด้านหน้าขิงทางเข้าสวนสยาม สวนน้ำและสวนสนุก ที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง38ปี โดยจำลองสถานที่ อาทิ ศาลาเฉลิมไทย ศาลาเฉลิมกรุง ห้างแบดแมนแอนด์โกร (กรมประชาสัมพันธ์) ห้างบีกริมแอนด์โก คลองถม สำเพ็ง เยาวราชไชน่าทาวน์ บ้านพระอาทิตย์ รวมถึงเรือนขนมปังขิง เพื่อเป็นแหล่งส่งเสริมและจำหน่ายสินค้าOTOP สินค้าต่างๆจากชุมชนทั่วประเทศ และอีกทั้งยังจำลองสร้างสถานที่อันวิจิตรงดงามด้วยสถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยงบประมาณลงทุนในการก่อสร้างครั้งนี้รวมทั้งสิ้น3,000ล้านบาท และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี2563 จึงนับว่าเป็นการมองการณ์ไกลของท่าน ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ที่จะจำลองสถานที่เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชมบรรยากาศและอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรชาวบ้านตามชุมชนต่างๆทั่วประเทศได้มีรายได้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอีกด้วย ขอขอบคุณ สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ที่ได้สนับสนุนในการเข้าทำข่าวประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้