pearleus

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

หม่องพม่าเมาเหล้าแทงพวกเดียวกันดับ ตำรวจตามจับทันควัน



เมื่อ 1 พ.ย. 59 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโทรัด ได้รับแจ้งมีฆ่ากันตายในพื้นที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบเบื้องต้นแล้วจึงนำกำลังไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องพักคนงาน หมู่ 2 ต.กาหลง อ.เมือง จว.สมุทรสาคร เมื่อ เวลาประมาณ 22.00 น.จากการสืบสวนทราบว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ นายเทียน ซอ ไม่มีนามสกุล อายุ 44 ปี สัญชาติพม่า ได้ดื่มสุรามึนเมาจนมีเรื่องทะเลาะ กับนายอ่อง เคียว ซอ ไม่มีนามสกุล อายุ 45 ปี ที่พักอยู่ห้องแถวเดียวกัน ทั้งสองคนเมาสุรามีปากเสียงโต้เถียงกันถึงกันลงมือชกต่อยแล้วนายอ่อง เคียว ซอ ได้ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่คอข้างขวา 1 ที จนผู้ตายถึงแก่ความตายบนพื้นลานดินหน้าห้องพักแล้วผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป พงส.ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่ บันทึกถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์เวรจาก รพ.สมุทรสาคร ร่วมชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว  ก่อนนำพยานมาทำการสอบสวนไว้เป็นหลักฐานก่อนมอบศพให้มูลนิธิสมุทรสาครนำส่งสถาบันนิติเวชก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วนและจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมาจึงรายงานเบื้องต้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบเหตุและจะได้สอบสวน
แจ้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายเพื่อดำเนินการต่อไป โดยมอบให้ร.ต.อ.กฤษณพล วัจณะพันธ์. รองสว(สอบสวน) ปฎิบัติ หน้าที่ร้อยเวรสอบสวน เจ้าของคดี

เงาพญาราหู รายงาน

สืบกระทุ่มแบน ไล่ล่าแก้งค์ค้ายาได้ระเบิด ปืน ยาเสพติด

 
เมื่อ 1 พ.ย. 59  เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ,พ.ต.ท.ภาคิน แสนพุฒิ รอง ผกก.สส.ฯสั่งการให้ พ.ต.ต.ศุกลฐวิญญ์ พรสิริวัฒก์ ,พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ ศักดิ์ชัยยันต์ สว.สส.ฯ ,ร.ต.อ.วรเมธ โสมนัส ,ร.ต.อ.ขวัญชัย ชุ่มแช่ม ,ร.ต.อ.อริญชย์ อิ่มเอิบ ,ร.ต.ท.เสรีย์ มะกล่ำ ,ร.ต.ท.ทวีป สุขชู ,ร.ต.ท.ประยงค์ สงทอง ,ร.ต.ท.สมนึก จันทา ,ร.ต.ท.อรรถ ปิ่นทำนัก รอง สว.สส.ฯ พร้อมข้าราชการตำรวจชุดสืบสวน จับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

1. นายศราวุธ หรืออาร์ท ปุจฉาการ อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 232 เม็ด , ยาไอซ์ 5 ถุง หนัก 6.17 กรัม , อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 นิ้ว 11 นัด , วัตถุระเบิด แบบประดิษฐ์เอง 1 ลูก โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ , มี วัตถุระเบิดไว้ในครอบครองฯ , มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองฯ พกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ฯ” เหตุเกิด บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.คลองมะเดื่อฯ เมื่อ 31 ต.ค. 59 (15.30 น.)

2. นายนิภัส หรืออ๊อฟ จิ๋วบำรุง อายุ 18 ปีเศษ พร้อมของกลาง ยาบ้า 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองฯ” เหตุเกิด บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.คลองมะเดื่อฯ เมื่อ 31 ต.ค. 59 (15.30 น.)

จากนั้นขยายผลจับกุม

3. นายอุทัย หรือรัก พอพระ อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 25 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด บ้านเลขที่ 150/4 หมู่ 5 ต.ท่าไม้ฯ เมื่อ 31 ต.ค. 59 (19.20 น.)

4. นายไพศาล หรือคิม นาคะ อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองฯ” เหตุเกิด บ้านเลขที่ 150/4 หมู่ 5 ต.ท่าไม้ฯ เมื่อ 31 ต.ค. 59 (19.20 น.)

จากนั้นขยายผลจับกุม

5. นายวิชัย หรือแขก ชินสีห์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 20 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด บ้านเลขที่ ถ.สุคนธวิท ต.ตลาดฯ เมื่อ 31 ต.ค. 59 (20.40 น.)

จากนั้นขยายผลจับกุม

6. นายฐาปกรณ์ หรือแน็กซ์ วีตระกูล อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 100 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ซ.เทศบาล 3/5 ถ.เทศบาล 3 ต.ตลาดฯ เมื่อ 31 ต.ค. 59 (23.40 น.)

จากนั้นขยายผลจับกุม

7. นายสุธากร หรือไปร์ท หิรัญพัฒนกุล อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 20 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ร้านเกมส์ แยกอ้อมน้อย หมู่ 6 ต.อ้อมน้อยฯ เมื่อ 1 พ.ย. 59 (00.40 น.)

ไม่สามารถขยายผลการจับกุมรายอื่นได้ เนื่องจากเป้าหมายรู้ตัวก่อน.

เงาพญาราหู รายงาน

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

‘ซีพี’ เตรียมความพร้อมผู้นำรุ่นใหม่สู่เวที ‘ONE YOUNG WORLD 2016’ เติมเต็ม “ประสบการณ์” ผสาน “จิตสาธารณะ” มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์
“ในโลกยุคปัจจุบันที่สรรพสิ่งต่างๆ ล้วนเติบโตทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเติบโตนี้เองได้ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงมากมาย ผู้นำรุ่นใหม่จึงต้องมีบทบาทในการแก้ปัญหา สร้างความเจริญก้าวหน้า และสร้างความยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน”
มุมมองจาก นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการด้านความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการเปิดตัวโครงการ “ซีพี สานฝันปันโอกาส สู่ผู้นำรุ่นใหม่” ที่สนับสนุนให้ผู้นำรุ่นใหม่จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์จำนวน 20 คน เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมใน “เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก One Young World 2016” ณ กรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในเวทีโลก ปลูกพลังความคิดและจิตสาธารณะแก่ผู้นำรุ่นใหม่ ให้มาร่วมกันเปลี่ยนแปลงโลกอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน
โดยการประชุม One Young world ในปีนี้มี 6 หัวข้อการประชุมซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกที่รอให้ผู้นำรุ่นใหม่จากทุกมุมโลก 196 ประเทศเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองสะท้อนไปสู่ความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้นคือ การศึกษา, สันติภาพและความปลอดภัย, ธุรกิจระดับโลก, สิ่งแวดล้อม, สิทธิมนุษยชน และ สุขภาพจิต ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับปรัชญาและค่านิยมในการดำเนินธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มุ่งหมายให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง และธุรกิจยั่งยืน
ด้วยเหตุนี้ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” โดย สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CPLI (CP Leadership Institute) จึงได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ระดับโลกให้กับผู้นำรุ่นใหม่ทั้ง 20 คน เพื่อเปิดมุมมองสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีคุณค่าแล้วนำกลับมาพัฒนาประเทศและองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรชั้นนำ แชร์ประสบการณ์ในเวทีโลกกับรุ่นพี่ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม One Young world ในปีที่ผ่านมา
และการลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงาน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันของเด็กนักเรียน” ที่ โรงเรียนบ้านมาบนาดี จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อฉายภาพปัญหาด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเรียนรู้การเข้าไปจัดการและแก้ปัญหาต่างๆ แก่นักเรียนและชุมชนที่ได้ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ที่ได้รับการสนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่างต่อเนื่องครบวงจร
นายอภัยชนม์  วัชรสินธุ์  รองกรรมการผู้จัดการ ด้านประสานกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันฯ ดำเนินงานโดยมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท มาตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 600 โรงเรียน ช่วยให้เด็กนักเรียนนับแสนคน พ้นจากภาวะทุพโภชนาการจากการได้รับโปรตีนและสารอาหารจำเป็นจากไข่ไก่
“โครงการนี้เป็นที่ยอมรับแล้วว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาภาวะโภชนาการต่ำของเด็กไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก เนื่องจากพบว่ามีนักเรียนระดับประถมศึกษาเป็นจำนวนมากขาดแคลนอาหารกลางวัน หรือมีอาหารกลางวันในปริมาณไม่เพียงพอหรือมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ทำให้ภาวการณ์เจริญเติบโตของเยาวชนไทยไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และยังส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กอีกด้วย” นายอภัยชนม์ระบุ
“ลองจินตนาการภาพที่เด็กๆ ทุกคนบนโลกได้ไปโรงเรียน และเรียนในสิ่งที่พวกเขาสนใจ สิ่งแวดล้อมสีเขียว ทุกธุรกิจหันมาใส่ใจผู้บริโภค ทุกคนหันมาใส่ใจซึ่งกันและกัน ความไม่เท่าเทียมของสังคมถูกลดช่องว่าง ทุกแห่งในโลกสงบสุขและปลอดภัย เพียงสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น โลกจะน่าอยู่เพียงใด ซึ่งก็อยู่ที่พวกเราจะช่วยกัน”  “จ็อบ” นายพีรพงศ์ คิ้วดาวเรือง บริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งทำงานอยู่ที่ประเทศบังคลาเทศ หนึ่งในตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่กล่าวถึงเป้าหมายของโลกในอนาคตหลังจากที่ได้พูดคุยสัมผัสและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ ที่โรงเรียนมาบนาดีอย่างใกล้ชิด
หลังกลับจากเรียนรู้ปัญหาต่างๆ ในระดับพื้นที่ ก็มีการเปิดเวทีพูดคุยในเรื่อง Social Enterprise หรือ วิสาหกิจเพื่อสังคม และ มุมมองในมิติใหม่ด้านการศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก 2 วิทยากรชั้นนำแห่ง School of Global studies หรือ GSSE (Global studies & Social Entrepreneurships) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “นางสาวแพรวา สาธุธรรม” และ “ดร.อภิวัฒน์ หาญวงศ์”
“Social Enterprise คือการดำเนินธุรกิจการค้าที่เน้นความโปร่งใสและคุณธรรม มีความรักต่อกันโดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นไปที่ประโยชน์ของผู้บริโภค ซึ่งเป็นแนวคิดธุรกิจในสังคมใหม่ที่จะไม่ใช้ทุนเข้าห้ำหั่นกันเหมือนเช่นในอดีต แต่จะแข่งขันกันด้านคุณภาพหรือจับมือร่วมกันในธุรกิจมากขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด” อ.แพรวา กล่าว
“สังคมใหม่นับจากนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการของคน เทคโนโลยี และระบบธุรกิจ ดังนั้นระบบการศึกษาใหม่จะต้องสร้างระบบขึ้นมารองรับความต้องการดังกล่าว ด้วยการลดขนาดห้องเรียนและกลุ่มผู้เรียนให้เล็กลง มีความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเรียนการสอนและการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี มีกระบวนการจัดการการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่รวดเร็วแม่นยำ ถ้ามองภาพสังคมอนาคตจะเห็นการจับมือร่วมกันเดินไปด้วยความรัก การใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน ไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น โดยมีความใส่ใจในมนุษย์และสิ่งแวดล้อม” ดร.อภิวัฒน์ ระบุ
ด้าน นายอชิตศักดิ์ พชรวรรณวิชญ์ เจ้าของไอเดียธุรกิจ Happy Farmers ความคิดที่สวนทางกับการผลิตเชิงธุรกิจขนาดใหญ่ ด้วยการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายข้าวออร์แกนิกส์ในบรรจุภัณฑ์ทำมือในราคาขายตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค มาร่วมให้มุมมองธุรกิจการค้าใหม่ๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากผู้บริโภคจากข้าว "อิ่ม" น้ำหนัก 1 กิโลกรัมขายพร้อมถุงผ้าทอมือในราคา 130 บาท ที่กำหนดราคาของข้าวที่สูงกว่าข้าวทั่วไปถึง 5 เท่า ในขณะที่ผู้ซื้อกลับยินดีที่จะจ่ายคือโจทย์ที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องขบคิด
“Chemical free และ Organic เป็นทิศทางอนาคตเกษตรกรรมไทยต่อไปจากนี้ สินค้าเกษตรไทยจะต้องเป็นสินค้าออร์แกนิกส์ระดับพรีเมี่ยม ที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคเชื่อมต่อถึงกันได้โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับสังคมใหม่ที่เน้นความรักเอื้ออาทรต่อกัน มองไปที่สุขภาพที่ดี และการใส่ใจสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งนี่คือโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่ต้องนำกลับไปคิดทบทวน” นายอชิตศักดิ์ กล่าว
หลังจากการอบรมครั้งนี้จบลง ในฐานะผู้อาวุโสสุดในกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ “เกี้ยว” นางสาวณหทัย ภูพิชญ์พงษ์  Assistant Director แห่ง Ascend Group มีมุมมองต่อสถานการณ์และปัญหาของโลกนับจากนี้ว่า โดยเชื่อว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่คนรุ่นใหม่จะผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับองค์ความรู้ของคนในยุคก่อนเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
 “การเดินทางไปเข้าร่วมเวที One Young World 2016 ในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีมากที่จะได้จุดไฟให้ตนเอง การได้ไปฟังความคิดจากคนชั้นนำของโลก ได้พบเพื่อนใหม่ๆ จะต้องได้ไอเดียใหม่ๆ มาสร้างประโยชน์แก่สังคมไทยและหน่วยงานของตนเองอย่างแน่นอน” น.ส.ณหทัย กล่าวย้ำอย่างมั่นใจ
“เครือเจริญโภคภัณฑ์” เชื่อมั่นพลังของคนรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนแปลงโลกสู่การพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน (Change the World) จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมไทยและสังคมโลกให้หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ที่เผชิญอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ปรัชญา และค่านิยมของขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลสู่ความสำเร็จในระดับโลกในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ


กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวให้การต้อนรับคณะสหพันธ์สตรีแห่งชาติยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อ 31 ต.ค. 2559 เวลา 10.00 น. นางสาววันเพ็ญ สุวรรณวิสิฏฐ์ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวและผู้บริหารกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ให้การต้อนรับ Madam Nongbu Yangzong รองประธานสหพันธ์สตรีแห่งยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ พร้อมด้วย นางทิพวรรณ กิตติสถาพร รองเลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติและนางเยาวมาลย์ วัชรเรืองศรี กรรมการสบทบสภาสตรีแห่งชาติ ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี โดยมี นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี และทีมงานให้การดูแลรับรองและนำเยี่ยมชมโครงการต่างๆของศูนย์ฯ
     นางสาววันเพ็ญ กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจด้านสตรีของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคมที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเสรีภาพของบุคคล ส่งเสริมบทบาทสตรี การสร้างความมั่นคงทางด้านรายได้ รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนบนพื้นฐานที่มีการบริหารจัดการทุนในชุมชนให้เกิดประโยชน์ ต่อการพัฒนาทั้งทางด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการ  มีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และองค์กรภาคีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในรูปแบบประชารัฐร่วมพัฒนา
     Madam Nongbu Yangzong รองประธานสหพันธ์สตรีแห่งยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ซึ่งให้ความสนใจในประเด็นการพัฒนาศักยภาพและสิทธิมนุษยชนของสตรีทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย จึงได้มาเยี่ยมชมการดำเนินงานในระดับพื้นที่ของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีภารกิจในการพัฒนาศักยภาพสตรีกลุ่มเสี่ยง/สตรีด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นพลังที่สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศต่อไป นางสาววันเพ็ญกล่าวในตอนท้าย








รมว.ร่วมผู้บริหารพม.เยี่ยมจนท.สนามหลวง

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 59 เวลา 10.00 น. ที่จุดบริการประชาชน “พม. เพื่อพ่อหลวง” ในพื้นที่บริเวณสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครกระทรวง พม. (อพม.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต) พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สค. นำทีมบุคลากรจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ให้บริการตัดผมฟรีทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่เวลา 07.00 น. – 18.00 น. ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้มีผู้มาใช้บริการตัดผมแล้ว รวมจำนวน 252 คน




อธิบดีกรมการท่องเที่ยวร่วมกันประดิษฐ์ริบบิ้นไว้ทุกข์เพื่อนำไปแจกประชาชน

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย  นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ รองอธิบดี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว ร่วมกันประดิษฐ์ริบบิ้นไว้ทุกข์เพื่อนำไปแจกประชาชนที่จุดรับรองของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ตัดกับถนนอัษฎางค์ ผู้สนใจสามารถขอรับได้ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2559 นี้ เป็นต้นไป ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ริบบิ้น โดยนำเหรียญสตางค์มาบริจาคที่กรมการท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ที่ สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 กทม. ได้ในวันและเวลาราชการ