pearleus

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ตร.มหาชัยรวบผู้ต้องหาลักรถจยย.ย่านบางบอน


ตร.มหาชัยรวบผู้ต้องหาลักรถจยย.ย่านบางบอน
เมื่อวันที่  26 ก.ค.61  เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์  ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้ทำการจับกุมตัว นายเดชาพล หรือน๊อต   ริยบุตร อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3060 ซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน พร้อมด้วยของกลาง
รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สี แดง หมายเลขทะเบียน 2กณ-825 กรุงเทพฯ หมายเลขตัวรถ NF110R-0436721 หมายเลขเครื่องยนต์ NF110RE-0436721 จำนวน 1 คัน (รถที่ใช้ในการก่อเหตุ)  เสื้อยืดคอกลมแขนยาว สีเทาน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว(เสื้อตัวที่ใส่ในวันก่อเหตุ) รองเท้าแตะแบบหนีบ ที่ใส่ในวันก่อเหตุ จำนวน 1 คู่ คีมตัดเหล็ก จำนวน 1 ตัว
โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันลักทรัพย์  ผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ"หรือ"รับของโจร" ซึ่งทรัพย์ที่ถูกก่อเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กง-2630 สมุทรสาคร (ไม่ได้คืน)สถานที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าห้องเช่าเลขที่33/6 หมู่5 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่25 ก.ค.61 เวลาประมาณ02.30 น.เศษ   ชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา จนวันนี้เวลาประมาณ15.30น.ได้จับกุมตัวนายเดชาพลฯได้ที่บ้านเขตบางบอน (พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ เสื้อ  รองเท้า ที่ใส่ในวันก่อเหตุ ยึดได้จากบ้านเพื่อนนายเดชาพลฯที่ซอยเอกชัย 109 และคีมตัดเหล็ก ยึดได้จากบ้านนายเดชาพลฯ)ผู้ร่วมก่อเหตุชื่อนายศุภชัย หรือเติ้ล เขียวโพธิ์ หลบหนีไปพร้อมรถจักรยานยนต์ที่ถูกก่อเหตุ จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาจัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยบางน้ำจืด เพื่อดำเนินการต่อไป





วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มือปืนลายคราม ยิง 2 ศพ มอบตัวใช้กรรม..


วันที่ 26 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว สามารถควบคุมตัว นายซ้ง แซ่ตั้ง อายุ 72 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง นายจักรพันธ์ สื่อสุวรรณ อายุ 33 ซึ่งเป็น(ลูกเขย)สามีของลูกเลี้ยงตนเอง และนางสาวบัวผัน มะโมทะนัง อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นน้องเมียของผู้ต้องหา เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ บริเวณหน้าร้านส้มตำไม่มีเลขที่ ริมถนนคลองกก ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 ก.ค.61 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ภ 1855 นครปฐม หลบหนีไปทางจังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนสาเหตุการสังหารโหดครั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากปมหึงหวงและระแวงว่าผู้ตายทั้งสองยุยงให้นางทองขาล มะโมทะนัง ภรรยาผู้ต้องหา บอกตัดความสัมพันธ์และขอแยกทาง  และไม่พอใจที่นางทองขาล(ภรรยา)เซ้งร้านค้าให้กับนางสาวบัวผัน(ผู้ตาย)ซึ่งเป็นน้องสาวของนางทองขาลฯ ตำรวจสืบภาค 7 สืบจังหวัดและสืบบ้านแพ้ว ตามแกะเส้นทางไล่กล้องไปถึง วัดศรีเพชรพัฒนาราม รอยต่อแยกใยแมงมุมหลายจังหวัด จนล่าสุดเผ่น
ไปหลบซ่อนตัวที่ วัดศรีสวัสดิ์ หมู่ที่ 3 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ก่อนที่พระรูปหนึ่งจะพูดคุยจนผู้ต้องหายอมมอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านแม่แฉลบ หลังจากนั้นได้ประสานมายัง สภ.บ้านแพ้ว ให้มารับตัวผู้ต้องหา ต่อมาเมื่อเวลา18.00 น.ของวันที่ 25 ก.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านแพ้ว ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร มจ.265/2561 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ข้อหา กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีติดตัวไปโดยไม่มีเหตุอันควร
ไปรับตัวผู้ต้องหาที่ สภ.ด่านแม่แฉลบ นำตัวกลับมาถึง สภ.บ้านแพ้ว เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากนั้นได้นำตัวเข้าห้องขัง จนเวลา 10.00 น.ได้นำตัวมาสอบสวน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา  ฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปื่นไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต พกพาอาวุธปืน ไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
โดย พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก.ได้สอบปากคำ นายซ้ง แซ่ตั้ง มือปืนรุ่นใหญ่วัย 72 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนร่าเริงหรือ"ขุนแผน โรงเข้" มีเมียหลายคน ลูกเป็น 10 ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนชนวนของการก่อเหตุผู้ต้องหาเล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ต้องลงมือโหดในครั้งนี้ เกิดจากความกดดันที่ถูก นายจักรพันธ์ สื่อสุวรรณ และนางสาวบัวผัน มะโมทะนัง พูดจาดูถูกเป็นประจำ จนทำให้เกิดความแค้นสะสม และก่อนลงมือโหดครั้งนี้ ผู้ต้องหาก็ได้มีปากเสียงกับผู้ตายทั้งสองก่อนที่จะตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต โดยเมื่อยิงเสร็จได้ขับรถหลบหนีไปตามถนนจนถึงวัดหนองกระทุ่ม ต.หินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ใก้ลกับ เรือนจำเขาบิน ได้นำรถไปจอดที่วัดแห่งนี้โดยเอาปืนที่ใช้ก่อเหตุซ่อนไว้ใต้ที่นั่งฝั่งคนขับ หลังจากนั้นได้เดินทางต่อโดยขึ้นรถ
เมล์ ไปยังวัดศรีสวัสดิ์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี  เพราะเคยมาทำบุญที่วัดแห่งนี้บ่อยครั้ง จนมาพบพระรูปหนึ่งเล่าเรื่องราวที่เกิดเหตุให้ฟังโดยพระได้ใช้ธรรมะเตือนสติก่อนตัดสินใจมอบตัวกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว
 หลังทำบันทึกคำรับสารภาพเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายซ้งฯมือปืนรุ่นลายครามเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดเกิดเหตุ โดยมี พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก. พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก. พ.ต.ท.สมโภชน์ จูเจริญ รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.นพดล เกิดปราโมทย์ รอง ผกก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว ควบคุมการทำแผนโดยมี ชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคยมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นจำนวนมากโดยไม่มีเหตุการรุนแรงเกิดขึ้น หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวกลับมายัง สภ.บ้านแพ้ว เพื่อสอบสวนก่อนฝากขังดำเนินคดีตามกฏหมมาย.

 เงาพญาราหู รายงาน













หน.ชุด ชป.กร.อ.เมือง ลงพื้นที่ ม.๗ เพื่อเข้าสังเกตการณ์ ในการรับซื้อปลาหมอสีคางดำ


เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2561  มว.รส.จว.ส.ส.(มทบ.๑๖) โดย ร.ท.ญาณพัฒน์ เข็มเพ็ชร หน.ชุด ชป.กร.อ.เมือง ลงพื้นที่ ม.๗ เพื่อเข้าสังเกตการณ์ ในการรับซื้อปลาหมอสีคางดำตามโครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและระบบนิเวศ ในแหล่งน้ำธรรมชาติในระยะเร่งด่วน ของ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วัดธรรมประสิทธิ์ ม.๗ ต.คลองโคน อ.เมือง จว.ส.ส. วันนี้มีเกษตรกรได้นำปลาหมอสีคางดำมาขายจำนวนหลายรายในราคากิโลละ ๒๐ บาทร่วมแล้วประมาณ ๕๐ ตัน  เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผลการเข้าสังเกตการณ์ไม่พบว่ามีการสวมสิทธิ์ของเกษตรกรจากพื้นที่อื่น การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย







หน.ชป.รส.อ.บางคนที ลงพื้นที่ วัดบางน้อย ร่วมโครงการเทศกาลเข้าพรรษา



 
เมื่อวันที่  26 ก.ค. 2561  มว.รส.จว.ส.ส.(มทบ.๑๖ ) โดย ร.ท.เกรียงไกร  รุ่งจำเริญ หน.ชป.รส.อ.บางคนที ลงพื้นที่ วัดบางน้อย ต.จอมปลวก อ.บางคนที ร่วมโครงการเทศกาลเข้าพรรษา เที่ยวงานวัด เมืองรอง ทำบุญตักบาตร ไหว้พระ  เทศการเข้าพรรษา ณ วัดบางน้อย โดยมี ดร.พงศ์ศักดิ์  เสมสันต์ ที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน นายยงยุทธ สิงห์ธวัช รองผวจ.ส.ส.,วัฒนธรรมจังหวัด,นายอำเภอบางคนที,นายกอบต.จอมปลวก ,กำนัน - ผญบ.,ประชาชน ร่วมงาน ๒๐๐ คน








อ.กระทุ่มแบนแห่เทียน ถวายวัดหงอนไก่


25 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.00 น. นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน เป็นประธานในพิธีแห่เทียนจำนำพรรษา ถวายวัดราษฎร์บำรุง (หงอนไก่)  พร้อมนายวิชัย แตงเอี่ยม นายกเทศมนตรีตำบลดอนไก่ดี นายทศพล ศรีวิไล กำนันตำบลดอนไก่ดี นายวรงค์ เอี่ยมสะอาด วัฒนธรรมอำเภอกระทุ่มแบนประธานสภาวัฒนธรรมตำบลดอนไก่ดี ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ แพทย์ สารวัตรกำนัน ทต.ดอนไก่ดี ชมรมผู้สูงอายุ รพ.สต.ดอนไก่ดี อสม. ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ทต.ดอนไก่ดี นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยประมง รร.บ้านดอนไก่ดี หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ประชาชนทั่วไป และชาวเขาแม่จัน ร่วมจัดกิจกรรมแห่เทียนจำนำพรรษา ถวายวัดราษฎร์บำรุง (หงอนไก่) เข้าร่วมกิจกรรม







วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

พม.จับมือสภาสตรีแห่งชาติเตรียมจัดใหญ่ งานวันสตรีไทย ประจำปี61 ภายใต้แนวคิด “สตรีไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี”1 ส.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค.61 นายปรเมธี  วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานแถลงการจัดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2561” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี”   โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย นางสาววรนัน  รัตรวิภัคกุน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไคร้  อ.แม่สาย  จ.เชียงราย ตัวแทนสตรีไทยดีเด่น ประจําปี 2561  และ นางสาวพรรณพนัช   สกุลรัตนตรัย นักเรียนโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี จ.สมุทรปราการ ตัวแทนเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2561 ได้กล่าวถึงผลงานและความภาคภูมิใจที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2561  ณ หอประชุมมนังคศิลา 
โดย ปลัดกระทรวงพม. กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  ทรงกอปรด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย ด้วยทรงประกอบพระราชกรณียกิจคู่พระบารมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงนำความร่มเย็นสุขสวัสดิ์มาสู่ประเทศชาติและพสกนิกรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจเพื่อสตรีไทยอย่างเหลือล้นพ้นประมาณ อีกทั้ง
พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้วันที่ ๑ สิงหาคม เป็น“วันสตรีไทย” และให้ใช้ “ดอกกล้วยไม้คัทลียาควีนสิริกิติ์” เป็น ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย ตั้งแต่พุทธศักราช 2546  เป็นต้นมาตราบเท่าทุกวันนี้ สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และภาคีเครือข่าย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกันจัดงาน “วันสตรีไทย” สืบเนื่องมาเป็นประจำทุกปี
สำหรับปี 2561  กำหนดจัดงาน“วันสตรีไทย” ภายใต้แนวคิด “สตรีไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 66  พรรษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระอุปถัมภิกาสภาสตรีแห่งชาติ ฯ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86  พรรษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ  63  พรรษา  อีกทั้งเพื่อธำรงไว้ซึ่งวันสตรีไทยอันแสดงถึงพลังสตรีไทยที่สามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือสังคมและเชิดชูเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาติให้ยั่งยืนสืบไป

ทั้งนี้นายปรเมธี  กล่าวว่า กระทรวงฯ  ตระหนักถึงพลังของสตรีไทยซึ่งมีส่วนสําคัญในการธํารงรักษาความมั่นคงของครอบครัว รวมทั้งเพื่อยกย่องเชิดชูสตรีไทย และส่งเสริม สนับสนุนให้สตรีไทยได้มีความรู้ ความสามารถเพิ่มขึ้น และเป็นพลังในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ จึงได้ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ฯ จีดงานดังกล่าว เพื่อยกย่องเชิดชูสตรีไทยและส่งเสริมสนับสนุนให้สตรีไทยได้มีความรู้ ความสามารถ เพิ่มขึ้นและเป็นพลังในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
ดร.วันดี   กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย” ประจำปี 2561  ในวันพุธที่ 1  สิงหาคม 2561  เวลา 17.30  น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงานครั้งนี้ สภาสตรีแห่งชาติ ฯ พร้อมด้วยองค์กรสมาชิก 211  องค์กร และภาคีเครือข่าย
รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9  อย่างหาที่สุดมิได้ จึงได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86  พรรษา 12  สิงหาคม 2561  ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญดังนี้
1. การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญภาพพระราชกรณียกิจบางส่วนของแต่ละภาคมาจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติขึ้นในวันสตรีไทย และสัญจรไปยังภาคต่างๆ 5 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณและเพื่อจารึกพระเกียรติคุณไว้ให้ยั่งยืนสืบไป  โดยนิทรรศการดังกล่าวได้นำเสนอพระราชกรณียกิจที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  ทรงมุ่งมั่นในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ในการอุปถัมภ์บำรุงพสกนิกร ให้มีความอยู่ดี กินดี อาทิ
ทรงส่งเสริมศิลปาชีพเพื่อสร้างอาชีพแก่ราษฎรในทุกภูมิภาค โครงการฟาร์มตัวอย่างเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ เพื่อราษฎรสามารถดำรงชีพอยู่ในพื้นที่ทำกินเดิมได้อย่างมีความสุขมีอาหารเพียงพอต่อการบริโภคทั้งปีและมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (ปะการังเทียม) เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีแหล่งทำการประมงสำหรับชาวประมงขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ทรงช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงราษฎรในประเทศเพื่อนบ้านที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นในประเทศไทยกรณีการจัดตั้งศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นต้น
2. การประชุมเสวนาเรื่อง “สตรีไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี” ด้วยการถ่ายทอดประสบการณ์จากบุคคลที่ได้รับพระมหากรุณาจากพระองค์ท่านส่งผลให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3. การจัดทำพระฉายาลักษณ์พระราชทาน  ซึ่งสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำขึ้น เพื่อมอบแก่สตรีไทย และประชาชนทั่วไปไว้บูชาเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูล
อันแสดงออกถึงความจงรักภักดีสืบไป
ท้ายนี้ขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนติดตามรับชมการถ่ายทอดสด “วันสตรีไทย” ซึ่งช่วงพิธีเปิดงานจะมีขบวนอัญเชิญเทียนชัย “วันสตรีไทย” ที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ “สตรีไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง ๑๑ (NBT)  และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในวันพุธที่ 1  สิงหาคม 2561  ตั้งแต่เวลา 17.00-18.30  น.



**************